ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

ช่องบก สมรภูมิพิทักษ์แผ่นดินไทย ตอนที่ ๒

                                                    ช่องบก สมรภูมิพิทักษ์แผ่นดินไทย
                                                                           ตอนที่ ๒
                        เหตุการณ์รบที่สามเหลี่ยมมรกต ช่องบก อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีปะทุขึ้น เนื่องมาจากชาวกัมพูชาและกองทหารเขมรแดง และเขมรเสรีได้หลบหนีเข้ามารวมกลุ่มเป็นกองกำลังต่อต้านเฮงสัมริน โดยใช้ชื่อว่า กลุ่มกองกำลังรักชาติ ตลอดตามแนวชายแดนไทย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณช่องบก กลุ่มเขมรแดงหรือเขมรเขียวสัมพันธ์ ได้มารวมกลุ่มตั้งเป็นกองบัญชาการในการต่อต้านกำลังต่างชาติ และใช้เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่อพยพติดตามเข้ามา รวมประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ได้ทำการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งในเขตไทยและกัมพูชา เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการส่งกำลังเข้าไปต่อต้านและทำลายกำลังทหารเวียดนามและรัฐบาลเฮงสัมรินที่ยึดครองกัมพูชา นอกจากนั้นบริเวณช่องบกยังเป็นคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ของกลุ่มกองกำลังรักชาติ(กรช.) และเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการที่สำคัญในการส่งกองกำลังเข้าปฏิบัติการรบแบบกองโจรต่อทหารเวียดนามในพื้นที่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น  บริเวณช่องบกจึงเป็นเป้าหมายสำคัญต่อการโจมตีของกองทัพเวียดนามที่ต้องการควบคุมชายแดนไทยในด้านนี้ไว้ให้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อตัดการสนับสนุนและส่งกำลังบำรุงต่อเขมรแดง ซึ่งครอบครองบริเวณนั้นอยู่และเป็นการเตรียมการรุกใหญ่เมื่อถึงเวลาเพื่อยึดภาคอิสานของไทยด้วยกำลังขนาดใหญ่ ไม่ใช่ชายแดนด้านนี้ด้านเดียวยังมีพื้นที่อื่นๆที่เป็นเขตเคลื่อนไหวของเขมรแดงและเป็นที่ตั้งคลังอาวุธและเสบียงอาหารเพื่อสนับสนันกองกำลังนักรบเขมรที่ต่อต้านเวียดนามเช่นที่บ้านผักกาดอำเภอโป่งน้ำร้อนกับกรุงไพรินเมืองหลวงของเขมรแดงจนเกิดเหตุการณ์รบที่บ้านหนองกกเนินดินแดงตำบลเทพนิมิตร อำเภอโป่งน้ำร้อนของทหารนาวิกโยธินและบ้านสะพานหินอำเภอเมืองตราดการรบที่ดุเดือดของนาวิโยธินในยุทธการชำรากฐานปฏิบัติการต่อต้านเวียดนามที่ช่องบกเคลื่อนไหวทางทหารตั้งแต่เขมรแดงพ่ายแพ้ต่อกองทัพเวียดนามเฮงสัมรินจนถึง ปี๒๕๒๘ กองพลทหารราบที่๗๓๓ของเวียดนามและ กองพลทหารราบเขมรเฮงสัมริน ก็  ส่งกองกำลังเข้ามาโจมตีจนเขมรแตกถอยร่นลึกเข้ามาในเขตแดนไทยกำลังของเวียดนามรุกไล่เข้ามาในเขตแดนไทยบริเวณช่องบกลึกประมาณ ๕ กม.เข้า ยึดเนินสำคัญ ๆได้แก่ เนิน ๕๐๐,๔๐๘,๓๘๒ และ ๓๙๖ ของเทือก เขาพนมดงรักที่กั้นเขตแดนไทยกัมพูชา ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นป่าทึบซ่อนพราง ยากแก่การตรวจการณ์ ทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ กองทัพเวียดนามได้ตั้งฐานที่มั่น อย่างถาวรก่อสร้าง บังเกอร์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีระบบเครื่องปั่นไฟ ตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน และจรวดต่อสู้อากาศยานเพื่อป้องกันการโจมตีของเครื่องบินรบฝ่ายไทย อีกทั้งรายล้อมด้วยฐานปืนใหญ่ขนาด ๑๒๒ม.ม.๑๐๕ ม.ม.และ๑๓๐ ม.ม.เอาไว้จำนวนมากซึ่งฐานปืนใหญ่เหล่านี้ให้การยิงสนับสนุนกองทัพเวียดนามได้ครอบคลุมทั้งในลาวและกัมพูชา และเวียดนามได้ดัดแปลงปราสาทพระวิหารบางส่วนเป็นฐานส่งกำลังบำรุงในเขตสูรบนี้มีทั้งคลังเสบียงและคลังอาวุธและกระสุนปืนใหญ่ ในระหว่างนั้นกองกำลังเขมรแดงได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของเวียดนามอยู่เป็นระยะมีการใช้อาวุธหนักยิงถล่มตอบโต้กันยุทธวิธีของเขมรแดงใช้วิธีรบแบบกองโจรมีปืนไร้แรงสะท้อนและ เครื่องยิงลูกระเบิดยิงสนับสนุนส่วนกองกำลังเวียดนามใช้การรบตามยุทธวิธีตั้งรับแบบเหนียวแน่นโดยดัดแปลงที่มั่นเป็นสนามเพลาะมีคูเชื่อมต่อตลอดแนวตั้งรับมีบังเกอร์แข็งแรงแบบปิดสนับสนุนด้วยรถถังปืนใหญ่เต็มอัตรา   กองรักษาด่านรบของกองพันทหารราบเฉพาะกิจ จึงรายงานให้กองกำลังสุรนารีทราบถึงการรุกล้ำอธิปไตย   เนื่องจากเวียดนามยึดที่หมายทางทหารที่มีภูมิประเทศสูงข่ม ซึ่งแนวโน้มจะมีการใช้เป็นที่ตั้งถาวรสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารลึกเข้ามาในประเทศมากขึ้น จึงจำเป็นที่ทางกองทัพไทยต้องเร่งผลักดันฐานทัพของเวียดนามให้พ้นแผ่นดินไทยให้ได้ในเร็ววัน
ปลายปีพ.ศ. ๒๕๒๙ใน เดือนตุลาคม   กองกำลังสุรนารีในฐานะกองกำลังป้องกันประเทศที่รับผิดชอบพื้นที่ ได้สั่งให้กรมทหารราบเฉพาะกิจที่๑๖(กรมทหารราบที่ ๑๖ ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร) ผลักดันกองกำลังเวียดนามเฮงสัมรินที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย โดยใช้กองพันทหารราบเฉพาะกิจที่๑๖๒ กองกำลังทหารพราน ร้อยลาดตระเวนระยะไกลและกองพันทหารปืนใหญ่เป็นส่วนยิงสนับสนุนการผลักดันครั้งนี้ ปฏิบัติการเข้าตีเริ่มขึ้นในระหว่างเดือนม.ค.-ก.พ.๒๕๓๐  กองกำลังเวียดนามได้ดัดแปลงที่มั่นแข็งแรงบริเวณเนิน๓๙๖ เนิน ๓๘๒ เนิน ๔๐๘ และเนิน ๕๐๐ ในแต่ละที่มั่นสามารถเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ประกอบกับภูมิประเทศเป็นเขาสูงชันป่ารกทึบ   เมื่อครั้งเขมรแดงถอยร่นออกจากพื้นที่ที่ตั้งฐานปฏิบัติการซึ่งก็คือเนินต่างๆเหล่านี้ มีการวางกับระเบิดที่ผลิตจากจีนป้องกันกำลังทหารเวียดนามเข้าโจมตี ครั้น เวียดนามเข้าตีขับไล่เขมรแดงไปได้ก็ได้วางกับระเบิดซึ่งเป็นชนิดใหม่ มีขนาดเล็ก ไม่ต้องใช้การฝังแบบปกติ แต่เป็นลูกเล็ก ๆ ซึ่งทางเวียดนามจะส่งกองกำลังแทรกซึมเข้ามาเป็นชุดเล็ก ๆ นำระเบิดมาวางตามแนวป่า และพงหญ้า เมื่อเสร็จก็ถอนกำลังออกไปอย่างรวดเร็ว ระบิดแบบนี้ไม่ทำให้ถึงตาย แต่ทำให้ทหารที่เหยียบขาขาดไปเกือบถึงหัวเข่า ซึ่งมีทหารจำนวนมากที่บาดเจ็บจากกับระเบิดชนิดนี้ ฝ่ายเราต้องรุกจากที่ต่ำไปยังที่สูง ประสบความยากลำบากในการเคลื่อนที่ และการดำเนินกลยุทธ์ เข้าสู่ที่หมายและต้องเผชิญกับการระดมยิงด้วยอาวุธหนักโดยเฉพาะปืนใหญ่๑๒๒ ม.ม. ๑๐๕ม.ม.และ๑๓๐ ม.ม.ที่มีฐานยิงทั้งจากด้านประเทศลาวและกัมพูชาโดยทำการยิงสนับสนุนการตั้งรับเป็นชุดๆ ครั้งละ ๕๐นัด ถึง ๒๐๐นัดโดยที่การยิงต่อต้านปืนใหญ่ของฝ่ายเราที่ต้องยิงทำลายฐานปืนใหญ่เวียดนามไม่สามารถยิงได้เนื่องจากอยู่ไกลกว่าระยะยิง  ขณะที่ปืนใหญ่๑๐๕ม.ม.ของฝ่ายเราที่ใช้สนับสนุนกองพันเข้าตีใช้วิธีลากยิงหากยิงแล้วตั้งอยู่กับที่  เรดาห์ค้นหาเป้าหมายของเวียดนามจับทิศทางได้จะโดนยิงสวนกลับภายในไม่เกิน๕นาที ส่วนบนภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ป่ารกทึบสลับเนินเขาเต็มไปด้วยกับระเบิด  ทำให้กำลังพลเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บเป็นจำนวนหลายคน ด้านเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังที่ตั้งในที่สูงข่มสามารถตรวจการการรุกคืบหน้าของฝ่ายไทยได้อย่างชัดเจน ก็ระดมยิงจนทหารไทยไม่สามารถรุกคืบหน้าไปได้ สามารถเข้าประชิดที่หมาย เนิน ๓๘๒ในระยะ ๓๐๐ เมตรส่วนด้านเนิน ๔๐๘ สามารถดำเนินกลยุทธ์ จนถึงระยะ ๑๐๐ เมตร 
เนื่องจากลักษณะที่หมายเป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง และมีการวางทุ่นระเบิดกับระเบิดอย่างหนาแน่น ได้มีการกู้กับระเบิดได้ถึง ๓,๐๐๐ลูก ระหว่างการเข้าตีพร้อมทั้งยังถูกอาวุธยิงสนับสนุนยิงตัดรอนตลอดเวลามีการสูญเสียกำลังพล  การส่งข่าวของวิทยุสื่อสารถูกข้าศึกจับคลื่นได้มีการลวงเลียนและส่งคลื่นรบกวนไม่สามารถใช้วิทยุสื่อสารได้ดี   น้ำใช้ในภูมิประเทศก็ไม่สามารถใช้ได้ด้วยพบการโปรยสารพิษทุกลำธาร  จากการสูญเสีย ทำให้ฝ่ายเราต้องถอนกำลังมาปรับกำลังเพื่อจะทำการเข้าตีใหม่ ครั้งที่๒แต่สถานการณ์ก็เป็นแบบเดิม จนต้องถอยลงมาอีกครั้ง ในวันที่ ๒๘ ก.พ.๒๕๓๐จึงได้รับการเพิ่มเติมกำลังจาก กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๖ ในระหว่างการรุกคืบหน้ามีการปะทะอย่างหนักกับกองทัพเวียดนามจนถึงวันที่ ๒๕ มี.ค.๒๕๓๐กองพันทหารราบที่๓กรมทหารราบที่๖ เข้าตีต่อที่หมายเนิน ๓๘๒ คือ ทิศทางด้านหน้า ทางด้านปีกซ้ายและปีกขวา ฝ่ายเราถูกต้านทานอย่างหนัก ทั้งอาวุธวิถีตรงและอาวุธวิถีโค้ง กำลังทางด้านซ้ายเข้าตะลุมบอนกับข้าศึก โดยการรบประชิดด้วยการยิงปืนเล็กและใช้เครื่องฉีดไฟ ข้าศึกจึงได้ถอนตัวออกจากที่มั่นไปยังหลังเนินวางกำลังในแนวตั้งรับอีกแนว และได้ทำการยิงต่อต้านฝ่ายเราอย่างรุนแรงและหนาแน่น ทำให้ฝ่ายเราประสบความสูญเสียจำนวนมาก  จึงให้ฝ่ายเราวางกำลังดัดแปลงที่มั่นและควบคุมที่หมายเอาไว้ ผลการปฏิบัติครั้งนี้ทำให้ฝ่ายเราสามารถยึดที่หมายได้บางส่วน  ทางด้านที่หมายเนิน ๔๐๘ กองพันทหารราบที่๒กรมทหารราบที่๑๖  ใช้กำลัง ๘ ชุดปฏิบัติการจากกองร้อยทหารราบ และ ๔ ชุดปฏิบัติการจากกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล แทรกซึมโอบล้อมทางด้านขวา(ทิศตะวันตก) เนิน ๔๐๘ แล้วรวมกำลังเข้าดำเนินกลยุทธ์ต่อที่หมาย บก.ร้อย ๙ ของข้าศึกในวันที่ ๒๕ มีนาคม ชุดปฏิบัติการขนาดเล็กทั้ง  ๑๒ ชุด ได้ดำเนินกลยุทธ์เข้าสู่ที่หมายอย่างจู่โจม สามารถสังหารข้าศึกได้ในบังเกอร์ ๓ ศพ  และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนมากในขณะเดียวกันฝ่ายเราได้วางกำลังซุ่มโจมตีเส้นทางระหว่างปากช่องบกกับที่หมาย บก.ร้อย.๙ สามารถสังหารข้าศึกได้อีก ๑๒ ศพ หลังจากฝ่ายเรายึดที่หมายบก.ร้อย.๙ ได้ ฝ่ายเราได้ถูกระดมยิงจากอาวุธหนักของฝ่ายตรงข้ามอย่างหนักทำให้ไม่สามารถควบคุมและต้านทานไว้ได้ ประกอบกับด้านหน้าเนิน ๔๐๘ ได้ใช้ กำลังชุดปฏิบัติการขนาดเล็ก  ของ ๓ กองร้อยทหารพรานจู่โจมดำเนินกลยุทธ์ต่อเข้าตีที่หมายเนิน ๔๐๘ได้พยายามเข้าตีถึง ๓  ครั้ง แต่ก็ถูกต้านทานอย่างหนัก  ฝ่ายเราสามารถเคลื่อนที่เข้าใกล้ที่หมาย เหลือระยะประมาณ ๘๐ – ๑๐๐ เมตร จะถูกฝ่ายตรงข้ามระดมยิงด้วยอาวุธทุกชนิดด้วยความแม่นยำและยิงอย่างต่อเนื่องทำให้ฝ่ายเราได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมาก จึงต้องถอนตัวออกจากการรบ เพื่อทำการส่งกลับผู้บาดเจ็บต่อไปในการกลับไปกู้ศพทหารหาญที่สละชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยแต่เป็นที่มั่นของข้าศึก กลับได้พบกับข้อความภาษาไทยอย่างเย้ยหยันว่าให้เอากรมทหารราบที่ ๒๓ มาเจอกัน(สาเหตุที่พบข้อความนี้น่าจะมาจากเหตุการณ์ที่พล.ร.๗ กรม.ร.๗๓๓ของเวียดนาม กองพลนี้ที่กำลังรุกล้ำชายแดนไทยที่ช่องบก ขณะนั้นได้รุกล้ำอธิปไตยด้านอำเภอสังขะและอำเภอบัวเชดจังหวัดสุรินทร์พัน.ร.ฉก.๒๓๑ ของกรมทหารราบที่๒๓ เข้าผลักดันสามารถสังหารทหารเวียดนาม และยึดยุโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากจึงสร้างความโกรธแค้นต้องการแก้แค้นในการรบครั้งนี้ที่เวียดนามเตรียมการณ์เป็นอย่างดี การต่อสู้ยังไม่ยุติตราบใดที่กองทัพต่างชาติยังยึดอยู่บนแผ่นดินไทย 
๑ เม.ย.๒๕๓๐ กองทัพภาคที่ ๒  จัดตั้ง ทก.ยุทธวิธี บริเวณริมถนนทางไปอำเภอน้ำยืนห่างพื้นที่การรบ ๓๐ ก.ม. เพื่อควบคุม และอำนวยการยุทธ์ในพื้นที่โดยพล.ท.อิสระพงศ์  หนุนภักดีแม่ทัพภาคที่๒ สั่งการให้เข้าตีเนิน ๔๐๘ เนิน๓๘๒ เนิน๕๐๐เพื่อยึดที่หมายผลักดันข้าศึก ใน ๓ ทิศทางโดยทิศทางหลักใช้กำลังผสมกำลังจากกรมทหารพรานที่ ๒๖ และกรมทหารพรานที่ ๒๑ เข้าตีทางทิศตะวันตกของเนิน ๕๐๐ และใช้กำลังอีก ๓ กองร้อยทหารราบ เข้าตีทิศทางรองทางด้านทิศตะวันออก  และทิศเหนือของที่หมายสนับสนุนด้วย ปืนใหญ่ และกำลังทางอากาศ ก่อนกำหนดเข้าตีที่หมายฝ่ายเราได้ส่งชุดลาดตระเวนหาข่าวเป็นชุดจากร้อยลาดตระเวนระยะไกลโดยมีทหารเขมรเสรีที่เคยยึดครองพื้นที่บริเวณนี้มาก่อนเป็นผู้นำทางเพื่อหาข่าวบริเวณที่หมายเพื่อทำแผนเข้าตีให้สมบูรณ์ ชุดลว.เหล่านี้ต้องบาดเจ็บล้มตายไปมากโขอยู่ด้วยกับระเบิดและปืนใหญ่ที่ระดมยิงเมื่อกับระเบิด เกิดระเบิดขึ้น    หลังจากเตรียมการเข้าตีจนพร้อมแล้วการยิงเตรียมด้วยปืนใหญ่ ๖ กองร้อยใช้กระสุนเป็นหมื่นนัดตั้งแต่๐๕๐๐ ก็เริ่มต้นขึ้นใช้เวลา๒๐นาที หลังยิงเตรียมเสร็จสิ้นลง  เช้าตรู่ของวันที่ ๑๔ เม.ย.๒๕๓๐ กำลังฝ่ายไทยทำการเข้าตีที่หมาย เนิน ๔๐๘,๕๐๐,๓๘๒ โดยพร้อมกันแต่การรุกเป็นไปอย่างช้าๆเพราะต้องคอยหยุดหน่วยกู้กับระเบิดไปตลอดทางกว่าจะผ่านได้๑๐๐เมตรใช้เวลาเป็นชั่วโมงและเป็นทางขึ้นเนินบีบไปหาบังเกอร์ตรวจการณ์ด้านหน้าที่ข้าศึกคอยต้อนรับด้วยปืนกลและขอยิงด้วยปืนใหญ่ ในขั้นต้นฝ่ายไทยสามารถเข้าถึงเนิน๔๐๘ และเนิน๓๘๒ โดยได้รับการต้านทานเป็นระยะๆ จากกำลังส่วนระวังป้องกันของเวียดนามส่วนกำลังหลักของเวียดนามได้ถอนตัวไปก่อนแล้วเมื่อเข้าถึงที่หมายได้ขณะสถาปนาที่มั่นตั้งรับปืนใหญ่ของฝ่ายเวียดนามก็ระดมยิงจนไม่สามารถดัดแปลงที่มั่นตั้งรับได้ไม่นานกำลังเวียดนามระลอกแรกก็ ได้ทำการตีโต้ตอบ โดยมี ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด และ ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังสนับสนุนอย่างใกล้ชิดเวียดนาม ใช้กำลังเข้าตีโต้ตอบ เป็นละลอก และต่อเนื่อง ฝ่ายไทยซึ่งมีเวลาจำกัดในการดัดแปลงที่มั่น ขาดความหนุนเนื่อง ในการส่งกำลัง เส้นทางยากลำบาก ไม่สามารถต้านทานได้ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๓๐ จึงทำการถอนกำลังออกจากเนิน๔๐๘และเนิน๓๘๒กลับมาที่รวมพลบริเวณถ้ำบอน  ห่างจากที่หมายทางทิศเหนือ ประมาณ ๔ กิโลเมตร  เพื่อทำการปรับกำลังและลำเลียงผู้บาดเจ็บซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ ทั้งทหารราบ และทหารพรานเป็นร้อยคนและศพเพื่อนทหารอีก๔๕ นายลงไปแนวหลังที่ทก.ยุทธวิธี ส่วนด้านเนิน๕๐๐ก็เช่นเดียวกัน กรมทหารพรานที่๒๖สามารถเจาะเส้นทางกู้กับระเบิดจนเข้าตีถึงหน้าที่มั่นแต่ต้องพบกับห่ากระสุนปืนใหญ่ที่ปืนใหญ่ฝ่ายเราไม่สามารถต่อต้านได้สำเร็จมีทหารพรานเสียชีวิตที่ เนิน๕๐๐ไม่สามารถกู้ศพมาได้ ๕ นาย การ ประเมินกำลังของข้าศึกจากการเข้าตีทั้งสองห้วงเวลาแล้วประสพความล้มเหลวไม่สามารถผลักดันข้าศึกได้ การเข้าตีครั้งต่อไปหากใช้ยุทธวิธีเดิมความสูญเสียจะเกิดขึ้นอย่างมากโดยการสูญเสียจากกระสุนปืนใหญ่ เพราะข้าศึกตั้งรับในที่มั่นแข็งแรงบนที่สูงข่มการยิงเตรียมไม่สามารถตัดรอนกำลังข้าศึกให้อ่อนลงได้ เนื่องจากข้าศึกอยู่ในหลุมบุคคลปิดด้วยท่อนซุงเสริมมูลดินส่วนที่บังคับการเป็นบังเกอร์คอนกรีตเสริมเหล็ก  ขณะดำเนินกลยุทธ์ต้องผ่าดงกับระเบิดที่เวียดนามส่งหน่วยลาดตระเวนมาวางดักเอาไว้อย่างหนาแน่นเมื่อต้องหยุดหน่วยจะถูกโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่สนาม เมื่อเข้าตีตรงหน้าของแนวปะทะแรกซึ่งเป็นบังเกอร์แรกของชุดตรวจการณ์หน้า(ที่ฟังการณ์ในเวลากลางคืน)หากเวียดนามสู้ฝ่ายไทยไม่ได้จะถอนตัวลงคูวิ่งเข้าแนวตั้งรับวงถัดไป เพื่อลดการสูญเสียเวียดนามจะถอนตัวไปที่รวมพลก่อนรบแตกหักเมื่อไทยยึดที่หมายได้เวียดนามที่เตรียมยิงทำลายบนที่ตั้งตนเองเอาไว้โดยเตรียมหลักฐานเอาไว้ก่อนที่ไทยจะเปิดการโจมตี จะยิงพร้อมกัน ณ ที่หมายด้วยปืนใหญ่ทุกชนิด ซึ่งสร้างความสูญเสียกับทหารไทยอย่างมาก การศึกครั้งนี้ไม่ใช่เราเข้าตีฝ่ายเวียดนามอย่างเดียว ฝ่ายเวียดนามก็เข้าตีฝ่ายเราเช่นเดียวกันขณะที่กองร้อนอาวุธเบาของเราอยู่ในที่ตั้ง เนิน ๔๓๖ ด้านปีกขวาเนิน๕๐๐ของกองพันเวียดนามที่๗เวียดนามก็รุกเข้าตีหลายครั้งโดยเข้าตีเป็นระลอกทั้งคืนแม้โดนระเบิดเคโมตายคาลวดหนามก็ไม่ถอยเสริมกำลังเข้าตีจนเราไม่ได้หลับได้นอนตั้งฐานอยู่มีแต่สูญเสียหลายวันเข้าต้องถอนกำลังออกมา สรุปว่าเราต้องรบทั้งรุก ทั้งรับแต่หัวใจของการแพ้ชนะอยู่ที่ปืนใหญ่ดังนั้นเมื่อทราบยุทธวิธีของข้าศึกฝ่ายยุทธการจึงปรับแผนเข้าตีโดย ต้องทำลายที่ตั้งปืนใหญ่ข้าศึกให้ได้ ต้องเข้าตีที่หมายแบบมีที่กำบังและพร้อมตั้งรับในที่กำบังเมื่อหยุดหน่วยนั่นก็คือใช้การรบแบบป้อมค่ายที่เคยใช้ในการรบที่เขาค้อสำเร็จมาแล้ว ส่วนน้ำในพื้นที่ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด การส่งกำลังในแนวหลังจัดวางการป้องกันอย่างรัดกุมการระวังป้องกันใช้ทหารพรานลาดตระเวนรบ และซุ่มโจมตีจนสามารถครองอิทธิพลในพื้นที่การรบตรึงข้าศึกให้ตั้งรับบนฐานที่มั่น เมื่อได้เวลา น หมู่ปืนเล็ก และชุดปฏิบัติการของทหารพรานของส่วนเข้าตีหลักและส่วนเข้าตีสนับสนุนที่กระจายเต็มเส้นหลักการรุก     ก็รุกคืบหน้ามุ่งสู่ที่หมาย พร้อมยิงสนับสนุนด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและ ปืนใหญ่สนาม ทั้งหมู่วางตัวเร่งขุดหลุมบุคคลและขุดคูติดต่อทิศทางมุ่งเข้าหาที่หมายท่ามกลางการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดโจมตี การเจาะคูรบมุ่งเข้าหาที่หมายทุกทิศทางแทรกซึมเข้าหาฐานข้าศึกอย่างช้าๆจนกองร้อยทหารราบที่ ๒๓๓๓ สามารถควบคุม เนิน๓๖๐ไว้ได้ โดย พัน.ร.จึงสั่งการดัดแปลง เป็นที่มั่นแข็งแรงกำลังพลลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ทำป้อมสนามและอาวุธยุทโธปกรณ์ ด้วยการแบกหาม   เผชิญหน้าข้าศึกบนเนิน ๕๐๐พิกัดWA๒๐๖๘๖๖  เพื่อเข้าตีขั้นต่อไป ที่มั่นเนิน๕๐๐เป็นที่ตั้งกองพันทหารเวียดนามที่๗ กรมที่๗๓๓ซึ่งเป็นทหารราบภูเขาขนาดกองพันตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ทหารพรานจะขุดบังเกอร์รุกเข้าหาฐานทหารเวียดนามอย่างต่อเนื่องและไม่ยิงปะทะโดยไม่จำเป็น เมื่อเข้าไกล้ในระดับหนึ่งจะหยุด ปรับรูปขบวนคอยเวลาผ่านแนวออกตีการส่งกำลังและอาวุธเข้ามา ตรึงกำลังแบบเผชิญหน้าสามารถตรวจการณ์ด้วยตาเปล่ามองเห็นกันได้ ทำให้ฝ่ายเวียดนามสับสน เพราะไม่ทราบว่าทหารไทยจะเอายังไง อีกทั้งยังอยู่ในระยะใกล้ ฐาน ยากต่อการยิงปืนใหญ่ การเกาะติดฐานของทหารไทยโดยไม่เข้าโจมตี ทำให้ฝ่ายเวียดนามกดดันเป็นอย่าง  ก่อนเช้าตรู่ของวันที่๑ มิถุนายน ๒๕๓๐ การเข้าตีแบบลักลอบไม่มีการยิงเตรียมก็เริ่มขึ้น ระยะใกล้กันมากการเข้าตีครั้งนี้ใช้ กองร้อยที่๑และที่๒ของกองพันทหารราบที่๔ กรมทหารราบที่๒๓ค่ายสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกจังหวัดบุรีรัมย์โดย กองร้อยทหารราบที่ ๒๓๔๑เป็นส่วนเข้าตีหลักกองร้อยที่ ๒๓๔๒เป็นกองหนุน  พร้อมกันนั้นชุดรบพิเศษหลายชุดฝ่ายยุทธการวางแผนเข้าตีใหม่ โดยเปิดแนวรบนอกเขตต่อสู้ หน่วยรบพิเศษต่างๆถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการโดยร่วมกับทหารพรานจู่โจม จัดตั้งหน่วยขนาดเล็ก เข้าแทรกซึมสู่แนวหลังข้าศึก มุ่งหน้าสู่ป่าลึกฝั่งกัมพูชาและสปป.ลาว อีกครั้งเพื่อค้นหาฐานยิงสนับสนุนของข้าศึก 
หน่วยรบพิเศษตรวจพบฐานยิงสนับสนุนของข้าศึก ซึ่งซ่อนพรางอยู่ในป่าลึกฝั่งกัมพูชาและสปป.ลาว รบพิเศษเข้าเกาะติดฐานข้าศึกและแจ้งพิกัดให้หน่วยเหนือทราบ ระหว่างนั้น ทางฝ่ายยุทธการปรับแผนการรบ จากก่อนเคยใช้วิธีทุ่มกำลังเข้าตี เปลี่ยนเป็นการรบแบบป้อมค่าย เกาะติดฐานข้าศึก ใช้หน่วยทหารพรานจู่โจมซึ่งชำนาญพื้นที่กว่าทหารหลัก ร่วมกับ หน่วยทหารช่าง ขุดดินรุกเข้าเนินที่หมายในหลายทิศทาง รุกเข้าเกาะติดฐานชนิดที่มองเห็นหน้ากันได้เลยทีเดียวยิงปะทะเมื่อจำเป็น ได้แทรกซึมไปยังพื้นที่ส่วนหลังของฐานที่มั่นเวียดนามสามารถทำลายเส้นทางส่งกำลังและตรวจพบฐานปืนใหญ่เวียดนามที่อยู่ในลาว จึงเกาะติดชี้เป้าหมายให้ชุดตรวจการณ์ทางอากาศจากเครื่องบิน แอล ๑๙ ขอยิงทำลายฐานปืนใหญ่และคลังกระสุน  เครื่องบินขับไล่ เอฟ-๕อี สองลำของฝูงบิน ๔๐๓ กองบิน ๔ ตาคลีก็แผดเสียงสนั่นดำดิ่งเข้าโจมตีเป้าหมายที่มั่นข้าศึก ด้วยปืนใหญ่อากาศ     ด้านบนที่หมายปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานของเวียดนาม ยิงสกัดเครื่องบินรบของไทยอย่างหนัก เครื่องหมายเลข ๑ ของ น.ต.สุรศักดิ์ บุญเปรมปรี ถูกจรวด แซม-๗ ของเวียดนามเครื่องยนต์ขวาระเบิด ต้องถอนตัวจากภารกิจ กลับไปยังกองบิน ๒๑ อุบลราชธานี  ส่วนเครื่องหมายเลข๒ ของนาวาอากาศตรี เจริญ บำรุงบุญ ก็ดำลงเข้าใช้อาวุธต่อเป้าหมาย ทำให้เป้าหมายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ถูกทำลายจนราบเสียงระเบิดจากคลังกระสุนและคลังอาวุธเวียดนามดังกึกก้อง    กรมทหารราบที่๒๓สามารยึดเนิน ๕๐๐ได้ สถานการณ์เหมือนการรบครั้งก่อน รุ่งขึ้นกำลังพัน.ร.๔ของพ.อ.เรวัต  บุญทับก็ต้องพบกับการยิงพร้อมกันณ ที่หมายของปืนใหญ่เวียดนาม อย่างเม่นยำ พร้อมการเข้าตีอีกหลายระลอกอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้เราคาดการณ์ล่วงหน้าจึงใช้หลุมบังเกอร์ต่างๆของเวียดนามในการป้องกันตนเองและยืนหยัดต่อสู้จนถึงวันที่ ๔ มิถุนายน การสู้รบตั้งแต่วันที่๑ – ๔ สามวันเราสูญเสียกำลังพลจากการสู้รบแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเสียชีวิต ๑๓ นาย บาดเจ็บ ๙๐นายจากการเข้าเคลียร์ ฐานแห่งนี้ พบศพทหารเวียดนาม ๔๕ ศพและจับเชลยได้ ๑๒นาย ยึด     อาวุธ ยุทโธปกรณ์จำนวนมาก รวมทั้งจรวดแซมแบบยิงประทับบ่า เราสามารถสถาปนาที่มั่นตั้งรับได้สำเร็จ การปะทะของทหารไทย ทหารเขมรแดงในพื้นที่กับเวียดนามดำเนินต่อไปแต่ไม่หนักส่วนใหญ่เวียดนามจะสูญเสียกำลังพลจากกองโจรเขมรแดงจนถึงเวลาประมาณ๑๔๕๕ของ๒๗มิ.ย.กำลังเวียดนามต้องถอนตัวออกจากที่หมายเนินต่างๆจนหมด เนื่องจากการสูญเสีย และการส่งกำลังบำรุงในเขตกัมพูชา ที่ถูกรบกวนจาก เขมรแดง และชุดรบพิเศษ ส่วนฐานต่างๆถูกกำลังเขมรแดงได้เข้าตีฐานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนการยิงปืนใหญ่จากฝั่งไทย ทำให้เวียดนามถูกตีขนาบ จึงต้องถอนกำลังกลับเข้าเขตกัมพูชาห่างจากแนวเขตแดนเพื่อให้พ้นอิทธิพลกองทัพเขมรแดงและระยะยิงปืนใหญ่ของกองทัพไทยการรบที่ช่องบกจึงยุติลง
ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ในปีการปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังทหารเวียดนามที่ช่องบก ตั้งแต่ ม.ค.๒๕๒๘-ธ.ค.๒๕๓๐ ทหารไทยสูญเสีย กำลังพล ๑๐๙ นาย บาดเจ็บ ๖๔๔ นาย ยึดอาวุธจากฝ่ายเวียดนามได้จำนวนมาก
   ผมอัพเดทBlogของเพื่อนบ้านที่เขาเคยไปร่วมรบ ที่นั้นมา รายละเอียดจะมีเพิ่มเติม อ่านดูครับเพื่อการศึกษา
http://www.nco125.com/webboard-view/1306261687.html
ซีรีย์นี้เป็นเรื่องราวของ"สมรภูมิช่องบก" ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน  จ.อุบลราชธานี  ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย, ลาว และกัมพูชา  เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างปี 2529 - 2530 ครับ........... 

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 17:46:54

ในปี 2529 ทวน.(ทหารเวียดนาม) ได้รุกล้ำอธิปไตยของไทยโดยการเข้ามาวางกำลังเป็นฐานปฏิบัติการบนเนินต่างๆ เช่น เนิน 500, 408, 382, 436 และ 689 ซึ่งลึกเข้ามาในเขตไทยประมาณ 2 - 3 กิโลเมตร...โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นการส่งกำลังบำรุงและการแทรกซึมของเขมรสามฝ่ายจากฝั่งไทย..........



ที่หมายต่างๆ ดังกล่าวครับ................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 17:55:36

กกล.สุรนารี เปิดยุทธการ D- 9 เพื่อขับไล่ผู้รุกรานในเดือน ต.ค.29 ในช่วงแรกกำลังฝ่ายเราสามารถเข้าถึงที่หมายต่างๆ แต่ไม่สามารถสถาปนาที่มั่นได้เป็นผลสำเร็จ...เนื่องจาก ทวน.ใช้อาวุธยิงสนับสนุนเช่น ป., ค. และ ปรส.ระดมยิงอย่างหนัก...จึงต้องถอนตัวออกมาจากทุกเนิน...พร้อมกับคำท้าทายที่เขียนเป็นเอกสาร (ภาษาไทย) ในศพของกำลังพลว่า "ให้เอากรมทหารราบที่ 23 มาเจอกัน"....................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:05:35

ต่อมา ทภ.2 ตัดสินใจเข้าควบคุมการยุทธเอง.........โดยสั่งใช้กำลัง ร. 23 ทั้ง 4 กองพัน ตามคำท้าทาย และเมื่อ 1 มิ.ย.30 การเข้าตีเนิน 500 แบบลักลอบ (ไม่มีการยิงเตรียมของ ป.สนาม) จึงเกิดขึ้นโดยให้ ร้อย.ร. 2341 เป็นหน่วยเข้าตีหลัก และ ร้อย.ร.2342 เป็นกองหนุน (ทั้ง 2 กองร้อยจัดจาก ร.23 พัน. 4 บุรีรัมย์)............ผลปรากฎว่าเราสามารถยึดที่หมายได้เป็นผลสำเร็จ.....ในภาพ ผบ.ฉก.ร.23 (พ.อ.เรวัต  บุญทับ) ขึ้นไปให้กำลังใจกำลังพลหลังยึดที่หมายได้.......... 

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:17:39

ขอบคุณเพื่อนเวศน์มาก เนื้อหาสั้น กระชับ เป็นตอน ๆ น่าติดตาม ได้ความรู้ดี
บุญยิ่ง เพ่งจินดา 125.27.20.143 : 0875807500 2013-06-26 18:21:16

แต่สถานการณ์พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน.........เราพบหลักฐานในฐานปฏิบัติการว่า ทวน.ได้เตรียมการ"ยิงหาหลักฐาน"ต่อฐานฯ ดังกล่าวไว้แล้ว.....และเป็นไปดังคาด.....ทวน.ทำการเข้าตีโต้ตอบต่อฝ่ายเราโดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนระดมยิงอย่างหนักหน่วงและแม่นยำพร้อมกับกำลังทหารราบเข้าตีเป็นระลอกอย่างต่อเนื่องในห้วง 2 - 4 มิ.ย.30.....ซึ่งฝ่ายเราก็ได้ต้านทานอย่างสุดฤทธิ์..ภาพมุมซ้ายด้านบนเป็นภาพที่ผู้การขึ้นไปให้กำลังใจก่อนการตีโต้ตอบ...คนยืนด้านขวาคือ ผบ.ร้อย.ร.2341 ส่วนเพื่อน 125 ก็อยู่ในแถวที่ยืนในคูเหรดนั่นแหล่ะครับ.................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:28:20

เราสูญเสียกำลังพลตลอดการสู้รบในห้วง 4 วัน จำนวน 13 นาย และบาดเจ็บ 90 นาย ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการสูญเสียที่เกือบถึงขั้น "ละลาย"...แต่เราก็สร้างความพินาศให้กับผู้รุกรานในอัตราที่ใกล้เคียงกันหรือมากกว่า........ส่วนผู้การปัจจุบันท่านเกษียณอายุไปหลายปีแล้วแต่ยังคงรับใช้เบื้องพระยุคลบาทในตำแหน่งรองสมุหราชองครักษ์และเปลี่ยนชื่อเป็น "ณพล" รวมทั้งยังคงดูแลปัญหา จชต.อยู่........และนี่คือหลักฐานแห่งความไว้วางพระราชหฤทัย................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:38:17

ปัจจุบันการสู้รบไม่มีแล้ว...........แต่ยังคงหลงเหลือทุ่นระเบิดอยู่บ้าง..........ช่องบกมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "สามเหลี่ยมมรกต" มีทิวทัศน์สวยงาม....เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของอุบลราชธานีครับ............

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:42:36

ช่องบก 2

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:43:31

ช่องบก 3

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:45:30

ช่องบก 4

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:46:16

ฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ (ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่กำลังพลที่เสียชีวิต) อยู่ห่างจากปากทางช่องบกประมาณ 4 กิโลเมตร...รถยนต์เข้าถึงได้ครับ...............

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:48:32

ปัจจุบันตรงปากช่องบกสร้างเป็นศาลาเพื่อประดิษฐาน "พระพุทธรักษานักรบกล้าอิสาน" และใช้เป็นที่พบปะพัฒนาสัมพันธ์ของทหารไทย, เขมร และลาว  ซึ่งสามารถเดินเท้ามาพบกันได้ครับ.......ส่วนนักรบสกุลเหงียนกลับบ้านไปนานแล้ว..........

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-26 18:52:23

ในเดือน ส.ค. และ ก.ย.ของทุกปีจะมีปรากฎการณ์กุ้งเดินขบวนที่แก่งห้วยโดมซึ่งอยู่ในพื้นที่ช่องบกครับ................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853
ผมก็กำลังพล ร้อย.ร.2341 (ร้อย อาสา) แล้วผมมัวไปแอบ มุดอยู่หลุมใหนเนี่ยถึงไม่เห็นหน้าเลย..หรือว่ามัวแต่เมาอยู่แก่งลำดวน
วีรพันธ์ ชาญชัยศรี 101.51.100.163 : 044275194 2013-06-26 19:16:01

 พี่นิพนธ์ฯได้ ร้อยเอก  ก่อนใครก็ท่ีช่องบกนี่แหล่ะ..ร้อย ร2341  เลยต้องเปลี่ยนอาชีพมาเป็นผู้จัดการบริษัทเอกชนร่ำรวยอื้อซ่า...คาดว่าจะบริจาคเพื่อจัดงานกินเลี้ยงท่ี ทภ.2 เป็นเจ้าภาพ หลายเงินอยู่ประธาน ทภ2 ประกบไว้ดีๆแล้วกันพูดถึงใจแล้วจ่ายไม่อั้น  บางครั้งยอมจ่ายจนเหลือแต่ กกน.ตัวเดียวก็ยังมีเสียหน้าไม่ว่าแต่ไม่ขอเสียชื่อคติประจำใจของพี่ใหญ่..นืพนธ์  ป้องมิตรฯ
วีรพันธ์ ชาญชัยศรี 101.51.100.163 : 044275194 2013-06-26 19:28:03

 โอ..โฮ..พี่เวศน์ ช่างสรรหา จริงๆ เหมือนหนังสงครามเลย มีต่อ ภาค 2 หรือเปล่า (โปรดติดตามตอนต่อไป เร็วๆ นี้)
จ.ส.อ.เพชร อ้นเถื่อน ตรีเพชร 789 58.9.8.44 : 0818064016 2013-06-26 19:35:21

เราร้อยร.4722 รอดมาได้ เพราะกองหนุนหนึ่งกองร้อยเพิ่มเติมกำลังนี้คร้าบบบบคุณเพื่อนเวศน์

จ.ส.อ.สงวน มูลหล้า 223.206.208.132 : 0871852773 2013-06-26 22:02:55

เข้าตีเลย
พ.ท.เสนีย์ คงทองเอียด 118.173.17.114 : 0 8 4 8 4 5 1 5 6 9 2013-06-27 08:26:24

พี่พันธ์......จำ ส.อ.หนุ่มน้อยหน้ามนแห่ง ร้อย.ร.2341 คนนี้ได้รึป่าว.........เรื่องรูปน่ะอย่าว่าแต่พี่เลย.....ไอ้คนโพสต์เองก็หาไม่มี.........โดยเฉพาะตอนที่"ไอ้แกว" กำลังจะเข้าชาร์จพวกเราบนเนิน 500...ถ้ามีโทรศัพท์แบบสมัยนี้ก็อาจจะมีการถ่ายทอดสดบ้าง........ฝากความคิดถึงพี่นิพนธ์กระดูกเหล็กด้วย..คนอะไรขนาด "กบกระโดด"ยังกินแกไม่ลงเลย................

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853 2013-06-27 13:37:00

มีเรื่องราวมาเล่าให้คนรุ่นหลังฟัง จากผู้มีประสบการณ์ตรง
เยี่ยมมากเพื่อนเวศน์
ประจวบ แสงมา 125.26.44.59 : 0898061452 2013-06-27 17:32:50

125 อุบลราชธานี ขอแจมด้วยภาพต่อไปนี้

จตุชัย ศิริมูล 223.206.193.47 : 0892807659 2013-06-27 19:22:38

ที่อยู่ของข้าศึก ปืนทำลายเขาไม่ได้

จตุชัย ศิริมูล 223.206.193.47 : 0892807659 2013-06-27 19:24:05

(ขออภัยปืนใหญ่)  วัตถุระเบิดที่เขาขนกลับไม่ได้ เมื่อเขา (ข้าศึก) ถอนตัวออกจากพื้นที่เนิน 500 ขณะนั้น ส.อ.จตุชัย   เป็น ผบ.หมู่ ค.81  สนับสนุนตลอดตราบเท่าทุกวันนี้ 

จตุชัย ศิริมูล 223.206.193.47 : 0892807659 2013-06-27 19:29:12

อีกภาพครับ

จตุชัย ศิริมูล 223.206.193.47 : 0892807659 2013-06-27 19:30:03

เรา จ.ส.อ.สนาน  สังสกฤษณ์ ก็ไปเด้อ อยู่ ร้อย.ร 2343 อยู่กับ จ.ส.อ.จักรพงษ์   ถาวรกาย ( ไอ้เจี๊ยบ ร้อย.4 พัน.3 ) ที่เนิน 472  ถอนตัวจากเนิน โนเนม พร้อมศพเพื่อนทหารหาญอีก 8 ศพ   
จ.ส.อ.สนาน สังสกฤษณ์ 171.4.221.42 : 0892821561 2013-06-27 20:09:56

 สุดยอดการนำเสนอ คงมีตอนต่อไปนะ หลาย ๆ คนเฝ้าติดตามอยู่เพื่อนเวศน์
ชัช แปลงสาร 113.53.113.115 : 084 7056 190 2013-06-27 21:21:14

ขอบคุณเพื่อนจตุชัยมาก....เห็นรูปแล้วน้ำตาจะไหล.....คิดถึงผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน.....โดยเฉพาะผู้ที่ต้องจากไป............

ประเวศน์ เขมะปัญญา 183.89.156.163 : 0816600853

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

ช่องบก สมรภูมิพิทักษ์แผ่นดินไทย ตอนที่ ๑

                                                   ช่องบก สมรภูมิพิทักษ์แผ่นดินไทย

                                                                  ตอนที่ ๑

               เมื่อสิ้นสุดสงครามเวียดนามในปี พ.ศ.๒๕๑๘สหรัฐ อเมริกา ถอนทหารออกจากเวียดนามใต้ เมื่อเวียดนามเหนือชนะสงครามและรวมประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งเดียว  ชาวเวียดนามใต้ที่ไม่ยอมรับอำนาจการปกครองของเวียดนามเหนือต่างพากันอพยพโดยทางเรือออกนอกประเทศแม้แต่การเดินเท้าเข้ามายังกัมพูชาส่วนประเทศปลายทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตกของทะเลจีนใต้ได้แก่       ไทย  มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชาวเวียดนามหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ด้านสถานการณ์สงครามมิได้หยุดยั้งอยู่แค่เวียดนามใต้เท่านั้น หลังจากอเมริกาต้องถอนฐานทัพที่เป็นฐานสนับสนุนการรบให้กับทหารนาวิกโยธิน ทหารบกและทหารอากาศอเมริกัน ออกจากประเทศไทย กองทัพทหารรับจ้างชาวไทยที่ร่วมรบกับทหารรัฐบาลเวียดนามใต้ ทหารรัฐบาลลาวและทหารกัมพูชาจึงต้องยุติการรบร่วมโดยสิ้นเชิง  ทำให้ทั้งรัฐบาลลาวและกัมพูชาไม่อาจต้านทานกองทัพลาวแดงและเขมรแดงที่เวียดนามสนับสนุนได้ในปี ๒๕๑๙ เขมรแดงภายใต้การนำของพอลพตและเขียวสัมพันนำกองทัพแดงยึดกรุงพนมเปญได้ ส่วนลาวเมื่อไม่มีกองทัพหนุนจากมิตรประเทศ จึงหมดทางต่อสู้เจ้าสว่างวัฒนากษัตริย์ลาวจึงถูกโค่นล้มสิ้นสุดระบอบประชาธิปไตยทั้ง สองประเทศจึงเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประเทศในลัทธิคอมมิวนิสส์ภายใต้การสนับสนุนของเวียดนาม และจีนระหว่างที่เกิดสงครามระหว่างลัทธิคอมมิวนิสส์และประชาธิปไตยในเวียดนาม ลาว และกัมพูชานั้น ในประเทศไทย  กองทัพบก นาวิกโยธิน ตำรวจตะเวนชายแดน ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้ทำการสู้รบปราบปรามกองทัพทหารป่าของพรรคคอมมิวนิตส์ที่ทั้งเวียดนาม จีน ลาวแดง และเขมรแดงให้การสนับสนุนอยู่อยากเข้มข้นหลายพื้นที่ในประเทศไทยเป็นพื้นที่สีแดง พคท.ได้ตั้งเขตปลดปล่อย เขตงานที่ประกอบด้วยการปกครอง การทหาร โรงเรียนการเมือง มีการเคลื่อนไหวทางหทารและมวลชน รุกหนักจากป่าสู่เมือง มีการสู้รบหนัก ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ปิดล้อมโจมตีสถานีตำรวจ ฐานทหารและตชด.หลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอิสาน ภาคใต้ เช่นที่เชียงราย น่าน นครพนม สกลนคร กาฬสินธ์  เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ตาก นครศรีธรรมราช ส่วนแนวชายแดนด้านเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก ที่กองทัพภาคที่๑ กองทัพภาคที่๒ กองทัพภาคที่๓ และกองกำลังนาวิกโยธิน กองทัพเรือ รับผิดชอบดูแลรักษาอธิปไตยโดยใช้กำลังจากกองพลทหารราบและกองพลนาวิกโยธิน(ขณะนั้นเป็นกรมนาวิกโยธิน)ตชด. และทหารพรานที่เป็นกำลังจากประชาชนที่ตั้งขึ้นมาใหม่  เป็นกำลังหลักในกองกำลังรายรอบประเทศตั้งแต่กองกำลังผาเมืองกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองกำลังจันทบุรีและตราดต้องทำหน้าที่ปกป้องการบุกรุกแนวชายแดน ที่มีแนวโน้มจะเกิดการรุกหนักจากกองกำลังภายนอกประเทศที่ประกอบด้วย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และกองทัพจีนที่สนับสนุนกองกำลังของ พคท.ในไทย โดยให้การสนับสนุนการฝึกอาวุธอบรม การเมือง การทหารและอาวุธ   ยุทธภัณฑ์ให้กับ พรรคคอมมิวนิตส์ไทย
                   ประเทศกัมพูชาภายใต้การปกครองของเขมรแดงนิยมจีนภายใต้การนำของพอลพต และเขียว สัมพัน  มีการกำจัดประชาชนฝ่ายต่อต้าน โดยจับกุมไปขังและสังหารเป็นจำนวนนับล้านคน ที่เรียกกันว่าทุ่งสังหารตั้งแต่เขมรแดงเข้าปกครองจนถึงการสังหารโหดผู้คนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง      ทำให้ ประชาชนกัมพูชานับล้านคนอพยพหลบหนีเข้าประเทศไทยจนรัฐบาลไทยและยูเอ็น ต้องเข้าช่วยเหลือมีการตั้งศูนย์อพยพตามจังหวัดชายแดนไทยกัมพูชาหลายศูนย์ เราเรียกชาวกัมพูชาอพยพเหล่านี้ว่าเขมรเสรี  กองทัพเขมรแดงได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารไทย และสถานีตำรวจรวมทั้งหมู่บ้านชาวไทยในจังหวัดชายแดนหลายครั้ง  เช่นที่หมู่บ้านและฐานปฏิบัติการตชด.ตำบล หาดเล็กอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งในกัมพูชาเองยังมีการรวมกลุ่มชาวกัมพูชาหลายกลุ่มนำโดย ซอนซาน และกษัตริย์สีหนุ ต่อต้านรัฐบาลเขียวสัมพัน แต่ไม่สามารถต่อต้านเป็นรูปธรรมได้มากนัก ท่ามกลางความไม่ลงตัวของการปกครองกัมพูชา มกราคม ๒๕๒๑ เฮงสัมรินผู้นำเขมรแดงที่นิยมเวียดนามก็นำ กำลังกองทัพเวียดนามเข้ารัฐประหารเขียวสัมพัน  กองทัพเวียดนามใช้เครื่องบินรบแบบเอฟ ๕ ของอเมริกาจากกองทัพอากาศเวียดนามใต้ เข้าโจมตีทิ้งระเบิดจุดยุทธศาสตร์สำคัญในกัมพูชา ตามด้วยเคลื่อนกำลังรถถังจำนวนมาก บุกเข้ามาที่เมืองสำคัญ ตั้งกองกำลังและยึดไว้ จากนั้นค่อยๆกระจายจากเมืองนั้นไปเมืองนี้ทีละเมือง ๆ ประมาณ ๑๕ วัน เวียดนามยึดกัมพุชาได้ทั้งประเทศ การบุกเข้ามาในกัมพูชาในครั้งนี้ใช้กำลังมากถึง ๒๕ กองพล ทหารประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน และรถถังจำนวนหลายร้อยคัน อีกทั้งส่งกำลังประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนประจำการในลาวด้วย กองกำลังเวียดนามที่ร่วมมือรัฐประหารและเป็นกองกำลังพิทักษ์เฮงสัมรินเร่งเพิ่มกำลังทหารเข้าขับไล่กองทัพเขมรแดงของพอลพตออกจากพนมเปญ และเมืองต่างๆ  พลพตและกองกำลังหลายหมื่นของเขาไม่สามารถเอาชนะกองทัพเวียดนามได้จึงถอยร่นมายังแนวตะเข็บชายแดนไทยทำให้กลุ่มนี้เปลี่ยนสภาพจากเป็นรัฐบาลมาเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของเฮงสัมริน ขณะนั้นกลุ่มต่อต้านจึงมี สามกลุ่ม ประกอบด้วย ฝ่ายสีหนุ, ซอน ซาน, และเขมรแดง (เขียว สัมพันธ์)เมื่อยึดอำนาจรัฐบาลเขมรแดงของพอลพตสำเร็จ   การปกครองกัมพูชาถูกเปลี่ยนมือเป็นเฮงสัมริน ก่อนหน้านั้นเขมรฝ่ายต่าง ๆ ก็รบกันภายใน เพื่อแย่งชิงอำนาจกันอยู่แล้ว แต่คราวนี้กลับหันหน้ามาร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อขับไล่เฮงสัมรินและทัพเวียดนาม การต่อสู้ยังไม่รุนแรงเนื่องจากจำนวนทหารเวียดนามมีมากจนทัพเขมรแดงที่เป็นกองกำลังต่อต้านที่เข้มแข็งที่สุดไม่สามารถรุกคืบหน้าเข้ายึดเมืองต่างๆคืนจากเวียดนามได้คงถอยร่นมาติดแนวชายแดนไทย
การที่เฮงสัมรินต้องการยึดอำนาจจากพอลพต  โดยใช้กองกำลังทหารเวียดนามช่วยเหลือนั้น ด้วยศักยภาพกองทัพของพอลพตที่ปกครองประเทศอยู่นั้นหากใช้กองทัพ เวียดนามเพียงแค่ ๔ กองพลก็สามารถต่อกรกับเขมรแดงได้อย่างสบาย เพราะยังมีกองกำลังอีกจำนวนหลายหมื่นคนของฝ่ายเฮงสัมรินในกัมพูชา ซึ่งรวมแล้วมีจำนวนมากกว่ากองกำลังเขมรแดงมาก อีกทั้งยังมีอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ และรถถัง ที่เหนือกว่าทางเขมรแดงมาก     แต่เพราะเหตุใดเวียดนามถึงทุ่มกำลังเข้าประเทศกัมพูชาถึง ๒ แสนนาย  หรือเวียดนามจะใช้กัมพูชาเพื่อเป็นฐานทัพในการบุกโจมตีประเทศไทย   ขณะนั้นการสู้รบระหว่าง พคท.กับกองทัพรัฐบาลไทยในภาคเหนือ อิสานเหนือ อิสานใต้  และบางส่วนของภาคใต้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยมีความหวาดระแวงเวียดนามว่าอาจอาศัยการปราบปรามเขมรแดงที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาเป็นข้ออ้างรุกล้ำดินแดนไทยและเป็นไปได้ว่าอาจร่วมมือกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แยกกำลังกองทัพของไทยในความพร้อมรบที่ต้องจัดกำลังป้องกันประเทศ และต้องจัดกำลังเข้าคุ้มครองประชาชนปราบปราม กองทัพของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย.ซึ่งเป็นไปได้มากที่เวียดนามจะบุกเข้ายึดดินแดนไทยทั้งภาคเหนือที่ติดกับลาวภาคอิสานที่ติดกับกัมพูชา หรือที่สุดอาจขยายอิทธิพลยึดครองประเทศไทยทั้งหมด
เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมที่จะรับมือกองทัพของเวียดนามที่พิสูจน์แล้วว่ามีความพร้อมรบที่จะรุกเข้าสู่ประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่กองทัพต้องทุ่มกำลังเตรียมพร้อมป้องกันประเทศอย่างเต็มที่  โดยก่อนหน้านั้นกองทัพได้เพิ่มเติมกองกำลังให้เพียงพอต่อการรับมือ กองทัพของคอมมิวนิสต์ โดยตั้งกองกำลังกึ่งทหารกึ่งพลเรือนโมเดลเดียวกับกองกำลังที่ร่วมกับสหรัฐอเมริกาเข้ารบที่ลาวและเวียดนาม เรียกว่าอาสาสมัครทหารพราน และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกภายนอกประเทศ กำลังส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันชายแดน

                 ปักกิ่งนั้นสนับสนุนด้านอาวุธและวิชาการ ทั้งการฝึกอบรมฝึกอาวุธ(อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่ ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง  ปืนเล็กเอเค๔๗ เครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังอาร์พีจี)ทั้งโดยตรงและผ่านลาวแดงและเขมรแดงให้กับพลพรรคของคอมมิวนิสต์ไทยมานาน มีการวางเครือข่าย ปลุกระดมและการติดต่อสื่อสารระหว่างศูนย์กลางพรรคกับเขตงานต่างๆ โดยตั้งสถานีวิทยุเสียงปักกิ่งภาคภาษาไทยเป็นกระบอกเสียง เมื่อมีความบาดหมางเกิดขึ้นระหว่างจีนที่สนับสนุนเขมรแดง พอลพต และเวียดนามที่สนับสนุนเฮงสัมริน และบาดหมางจากการที่พอลพตนำกำลังที่มีจีนสนับสนุนรุกล้ำชายแดนบุกเข้าเวียดนาม  ด้วยโอกาสที่ฝ่ายความมั่นคงไทยจะต้องจำกัดการเคลื่อนไหวของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย.ให้ลดลง  เพื่อทุ่มเทกำลังป้องกันแนวชายแดนให้พร้อมเต็มที่  ผู้นำระดับสูงทางการทหารของไทย จึงได้ส่งนายทหารของไทยไปกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจากับจีน   ขอให้จีนยุติการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับจากจีนเป็นอย่างดี จีนหยุดการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ต่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มีการปิดสถานีวิทยุเสียงปักกิ่งเท่ากับการปลุกระดมและส่งข่าวสารไปยังส่วนต่างๆของเขตงาน ที่เคลื่อนไหวในไทยยากลำบากมากขึ้นการปฏิบัติทางทหารรุกหนักมีการทำลายที่ซ่องสุมในเขตงานสำคัญๆของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ส่วนทางการไทยเตรียมเปิดช่องให้มีการมอบตัวของพลพรรค พคท.ด้วยนโยบาย นิรโทษกรรมไม่เอาความผิดกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่เข้ามอบตัวร่วมพัฒนาชาติไทย(ออกนโยบาย ๖๖/๒๓ ในปี๒๕๒๓) นอกจากนั้นจีนยังขายอาวุธหนักให้ไทย ซึ่งมีทั้งปืนใหญ่ รถถัง ยานลำเลียงพลหุ้มเกราะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่เราเคยแต่เป็นพันธมิตรกับฝ่ายสหรัฐและยืนอยู่ตรงข้ามกับจีนเคียงข้างสหรัฐ อีกด้านหนึ่งไทยจำเป็นต้องญาติดีกับเขมรแดงเพื่อนสนิทของจีนและจีนได้ผ่านความช่วยเหลือทั้งเสบียงและอาวุธเพื่อให้เขมรแดง และเขมรเสรีผ่านการขนส่งทางทะเลผ่านต่อไปยังฐานเขมรแดงตามตะเข็บชายแดนไทยเพื่อใช้ต่อสู้กับกองทัพเวียดนามซึ่งมีโซเวียดหนุนหลังอีกที จึงทำให้กองกำลังที่จะรับมือเวียดนามนอกจากไทยแล้วยังมีเขมรแดงเป็นพันธมิตรเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง แต่ก่อนอื่นจำเป็นต้องหยุดการรุกของเวียดนามให้เวียดนามคงอยู่แต่ในกัมพูชาและเวียดนามต้องลดกำลังทหารในกัมพูชาให้น้อยลงให้ได้เสียก่อน  แล้วจึงให้กองกำลังเขมรแดง และเขมรเสรีของซอนซานรบแบบกองโจรเช่นเดียวกับเวียดนามใช้กับอเมริกาจนถึงกับถอนทัพกลับ ดังนั้นภารกิจแรกที่จีนให้ความร่วมมือไทยคือแบ่งแยกกองทัพเวียดนามในกัมพูชาให้ลดน้อยลง   ฤดูแล้งของปี ๒๕๒๒ กองทัพจีนได้เคลื่อนทัพหลายแสนคนบุกเข้ามาเวียดนามทางตอนเหนือทางเมืองกวางสี   เวียดนามจำเป็นต้องใช้กองกำลังทหารในประเทศมารับมือจีนแต่ก็มีจำนวนน้อยไม่สามารถหยุดยั้งกองทัพจีนได้จึง ต้อเคลื่อนย้ายกองทัพที่ดีที่สุดของเวียดนามบางส่วนออกจากกัมพูชา เพื่อสู้รบกับจีน ส่วนกองทัพที่เหลืออยู่ในกัมพูชาก็รุกไล่กองทัพเขมรแดงและเขมรสีหนุ จนติดชายแดนไทยและบางส่วนรุกล้ำเข้ามาตามช่องทางที่เขมรแดงเคลื่อนย้ายเข้าออกประเทศไทยบริเวณที่มีค่ายอพยพซึ่งเป็นที่รวมกองกำลังเขมรแดง,เขมรเสรี และเป็นที่ส่งกำลังบำรุงทั้งอาหารและอาวุธหลังจากที่เวียดนามยึดกัมพูชาได้ ชาวกัมพูชาจำนวนหลายแสนคน อพยพเข้ามาประเทศไทย มีการตั้งค่ายผู้อพยพขึ้นเป็นไซต์ต่าง ๆ ซึ่งประชาชนกัมพูชาจะรวมกันเป็นหลายกลุ่มในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนไทยเช่นที่เขาอีด่างจังหวัดปราจีนบุรี(ปัจจุบันตั้งเป็น จังหวัดสระแก้ว) ค่ายอัมบึน ค่ายหนองจาน  ค่ายเคทูเขาตาง๊อก ศูนย์อพยพบ้านพญากัมพุช ฐานส่งกำลังบำรุงบ้านผักกาด ค่ายสุขสันต์จังหวัดตราด ค่ายเขาพลู ค่ายสะพานหิน ค่ายเขาล้าน  กลุ่มของเขมรแดง กลุ่มของสีหนุ ในค่ายผู้อพยพเหล่านี้ มีประชาชน ติดอาวุธ และจัดเป็นหน่วยจรยุทธ์รบนอกแบบกึ่งรบตามยุทธวิธีเข้ารบกับเวียดนามในกัมพูชา โดยการสนับสนุนด้านต่างๆเช่นเสบียง อาวุธ การฝึกอาวุธ การวางแผนการยุทธ์  จากนานาประเทศที่ต้องการหยุดยั้งการขยายอำนาจของคอมมิวนิสต์เวียดนาม-โซเวียต ด้านกองทัพเวียดนามเริ่มเคลื่อนกำลังรุกล้ำเข้ามาในเขตไทย และตั้งฐานที่มั่นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาตั้งแต่ดินแดนติดต่อสามประเทศไทยลาวกัมพูชาอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดสุรินทร์จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดจันทบุรีและตามแนวสันเขาบรรทัดจังหวัดตราด มีการตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงสาย เค-๕เป็นถนนยุทธศาสตร์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง เคลื่อนย้ายอาวุธหนักและส่งกำลังบำรุงเพื่อต้องการควบคุมแนวชายแดนไทยไว้ทั้งหมด และจำกัดการปฏิบัติการของเขมรฝ่ายต่อต้านจากไทย จนเป็นที่มาของ สมรภูมิช่องบก การรบที่ตาพระยา การรบที่โนนดินแดง ยุทธการบ้านหนองกก ยุทธการบ้านกระดูกช้าง ยุทธการบ้านชำราก และการปะทะกับกองกำลังนาวิกโยธินที่บ้านหาดเล็กจังหวัดตราด

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ ๘

นักบินโอ.วี.10 ทั้ง 2 ลำดึงตัวสูงขึ้นไประดับ 5,000 ฟุตทันที คำว่าปืนกล 12.7 มม. สร้างความหวาดเสียวให้กับนักบินไม่ใช่น้อย เพราะปืนกล 12.7 มม.นั้นมันคือปืนต่อสูอากาศยานโดยตรง ระยะยิงหวังผลประมาณกว่า 2,000 เมตร โอ.วี.ทั้ง 2 ลำไม่มีทางรอดไปได้เลย เพราะฉะนั้นหนทางปฏิบัติตอนนี้คือ ดึงตัวเองไปในที่สูง แล้วเตรียมตั้งหลักใหม่ 

เสียงนักบินบ่นลงในทำนองว่า เพิ่งจะรู้ว่ามี ปตอ. ก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ นักบินโอ.วี.10 ทั้งคู่ไม่ได้รับข่าวสารเรื่องนี้จากนักบิน ฮ.มาก่อนเลย 

“เสือดำจากเหยี่ยวขาว” 

เสียงนักบินเรียกลงมาอีกครั้งหลังจากดึงตัว จนคิดว่าพ้นรัศมีการยิงหวังผลแล้ว 

“จากเสือดำ ว่ามาเลย” 

“โอเคนะเสือดำ เดี๋ยวทางเหยี่ยวขาวจะเข้าโจมตีเป้าหมาย ปรส.ให้ แต่ต้องจัดการไอ้ปืนกลกระบอกนี้เสียก่อน โอเคนะ เสือดำ” 

ไม่มีใครเดาหรือรู้ในความรู้สึกของนักบินได้ เขาไม่ได้เอาตัวรอด ไม่ได้ทอดทิ้งภาระกิจ แต่เป้าหมาย 2 เป้าหมาย อันหนึ่งเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อตัวเองกับอีกเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อหน่วยทางภาคพื้น 

เสือดำครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบไป 

“โอเคเหยี่ยวขาว เอาตามเหยี่ยวขาวว่าก็แล้วกัน จะเริ่มกันหรือยังล่ะ” 

“โอเค เสือดำ เดี๋ยวจะเริ่มเที่ยวนี้เลย แล้วคอยปรับการยิงให้ด้วยนะ” 

“โอเคเหยี่ยวขาว” 

โอ.วี.10 ลำแรกบินตั้งลำพร้อมๆ กับลดความสูงลงมาไม่ถึง 1,000 ฟุต ความเร็วลดลง ลำตัวเอียงซ้ายทีขวาทีเพื่อให้ตรงแนว 

“เอาละนะ...เสือดำ” 

เสียงนักบินดังลงมาอีกครั้งก่อนปล่อยจรวดขนาด 3.5 นิ้วที่ใต้ปีก 

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 

ได้ยินเสียงชัดเจนดี เสียงจุดชนวนของจรวดควันสีขาวพุ่งเป็นทางเหมือนดาวหาง ดิ่งตรงลงสู่พื้นดิน ด้วยเวลาเพียง 2-3 วินาที เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว กลุ่มควันสีขาวเป็นกลุ่มลอยตัวขึ้นจับท้องฟ้า ผลการยิงในครั้งนี้ห่างเป้าหมายไปเยอะ 

“ต่ำลง 500 ซ้าย 300” 

เสือดำสั่งย้ายตำบลจรวดตก เพราะเห็นแล้วว่าจรวดลูกนั้นตกเลยเป้าหมายไปเกือย 500 เมตร ไปทางขวาอีก 300 เมตร ดูๆ เหมือนกับนักบินยังมีอาการปอดแหกอยู่ โธ่! มันของธรรมดาๆ 

“โอเคเสือดำ” 

นักบินตอบลงมาในขณะที่ดึงตัวให้สูงขึ้นแล้ววกออกขวา เพื่อเปิดโอกาสให้ลำที่ 2 เข้าโจมตีต่อ 

ลำที่ 2 เอียงปีกออกทางซ้ายแล้วจัดแนวบิน ลดความเร็วแบบปักดิ่ง 45 องศาทันที การปรับการยิงจากเสือดำนั้นทั้งนักบิน 2 ลำสามารถได้ยินพร้อมๆกัน เพราะใช้ความถี่วิทยุเดียวกันทั้งหมด จนกระทั่งได้ระยะ 

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 

จรวดจากปีกซ้ายออกไปก่อน แล้วดึงตัวขึ้นสูงในทันที ยังไม่ได้ผลในการยิงครั้งนี้อีกเช่นเคย 

“ต่ำลง 100 ขวา 200” 

“โอเคเสือดำ” 

เสือดำและพวกลาดตระเวนรู้สึกงุนงงที่ไอ้ปืนกลกระบอกนั้น ไม่ยอมตอบโต้ขึ้นมาเลย จากการยิงจรวดครั้งหลังนี้เชื่อว่ามันยังปลอดภัยดี 

โอ.วี.10 ลำแรกเตรียมเข้าโจมตีครั้งที่ 2 คราวนี้เครื่องลดความสูงลงมาอย่างน่ากลัว คราวนี้ไม่มีการเอียงซ้ายเอียงขวาอีกต่อไป เหมือนจะมั่นใจ 

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 

ดูเหมือนเสียงระเบิดครั้งนี้จะดังแน่นกว่า 2 ลูกแรก ความต่ำของเครื่องบินจนกระทั่งจรวดใช้เวลาแล่นด้วยเวลาไม่ถึง 2 วินาที กลุ่มควันระเบิดยังห่างเป้าหมายอย่างเดิม 
“ต่ำลง 100 ซ้าย 100” 

เสือดำปรับการยิงให้อีก ขณะที่เครื่องบินกำลังดึงตัวออกไปทางด้านขวาของไอ้รังปืนกลกระบอกนั้น 
บำที่ 2 เข้าโจมตีครั้งที่ 2 อีกครั้ง 

“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 

“สูงขึ้น 100” 
“โอเคเสือดำ” 

พวกชุดลาดตระเวณต่างจ้องตามองจุดเดียวกัน จรวดที่บรรทุกมาลำละ 6 ลูก ยิงออกไปแล้วลำละ 2 เหลืออีกลำละ 4 แต่ละคนต่างเริ่มเป็นรู้สึกเป็นห่วงว่าจะเหลือจรวดสำหรับเป้าหมาย ปรส. ซักกี่ลูก เป้าหมายมันเล็กเกินไป การเล็งจากเครื่องบินมันไม่เหมือนกับการเล็งปืนเล็กที่ใช้ประทับบ่ายิง 

“เหยี่ยวขาว จากเสือดำ” 

เสือดำเรียกวิทยุถามขณะเครื่องบินกำลังกลับลำจะเข้าโจมตีต่อ 
“จรวดมีพอหรือเปล่า แล้วจะเหลือถึงไอ้ปรส.หรือ” 
“เอาน่าเสือดำ ใจเย็นๆไว้ก่อน เดี๋ยวจัดการให้ได้ก็แล้วกัน” 

เสียงนักบินตอบลงมา ดูเหมือนเสือดำจะไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่แหงนมองดูเครื่องบินที่บินวนเวียนอยู่กลางอากาศนั่นเอง จนกระทั่งได้ระยะ 
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
“ต่ำลง 50 ขวา 100” 

เสือดำต้องใช้กล้องสองตาส่องดู แล้ววัดระยะจากมาตราในกล้องนั่นเอง มองเห็นโจ้งๆอยู่แล้วว่าจรวดยังไม่เข้าเป้าหมาย ลำต่อไปเข้าหาเป้าหมายอีก 
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
“สูงขึ้น 100 ซ้าย 100” 
เสือดำเริ่มจะเบื่อๆการปรับแล้ว พูดด้วยเสียงเนือยๆเหมือนคนผิดหวัง ลำต่อไปกลับลำเตรียมเข้าโจมตีอีก พวกทางพื้นดินต่างสับสนกันไปหมดแล้วว่าลำใหนเป็นลำแรก ลำใหนเป็นลำที่ 2 ทั้ง 2 ลำต่างบินเป็นวงกลม ผลัดกันหมุนเข้าหาเป้าหมายเป็นว่าเล่น 

“เสือดำ จากเหยี่ยวขาว” 
“จากเสือดำว่ามาเลย” 
“เสือดำ ผมสงสัยว่าผมบินต่ำขนาดนี้แล้ว ทำไมมันไม่ยิงตอบโต้ขึ้นมาล่ะ ชักสงสัยว่ามันมีจริงหรือ” 
“มีสิ ก็ก่อนที่เหยี่ยวขาวจะมา มันยังระดมยิงพวกผมอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อ ลองมาดูหัวกระสุนของมันสิ ผมจะเอาให้ดู” 
“โอเคเสือดำ มีก็มี จัดการต่อเลยนะ 
“จรวดยังมีอีกหรือเหยี่ยวขาว” 

เสือดำย้อนถามไปทางเหยี่ยวขาวอีก เพราะรู้แล้วว่ามันเหลืออีกไม่กี่ลูก 
“ยังมีน่าเสือดำ ถ้าหมดเดี๋ยวกลับไปเอาใหม่ก็ได้” 
“งั้นว่าไปเลยเหยี่ยวขาว ไงๆ ระวังปีกหักหน่อยนะ” 
คราวนี้ไม่มีคำตอบกลับลง โอวี.10 ลำหน้าเอียงปีกทางขวาเล็กน้อยแล้วดิ่งลงทันที 
“ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
“ซ้าย 50” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
จรวดลูกนั้นพลาดเป้าอีกจนได้ ตกห่างออกไปทางขวาเล็กน้อย เสือดำจึงต้องปรับให้มาทางซ้าย แถมยังต่ำกว่าเป้าหมายด้วยซ้ำไป แต่เสือดำยังไม่ทันปรับให้สูงขึ้น เสียงไอ้ปืนกลนรกกระบอกนั้นก็ดังสวนขึ้นมา 

ไอ้ ผกค.มันใช้วิธียิงตามเครื่องในขณะที่เครื่องกำลังดึงตัวขึ้น ทุกคนมองเห็นสายวิถีกระสุนจากกระสุนส่องแสงเป็นทางไล่หลังติดเครื่องบินไปติดๆ อย่างน่าหวาดเสียว 
“เหยี่ยวขาวเป็นไงบ้าง” 
เสือดำถามขึ้นไปทันทีด้วยความเป็นห่วง 
“ยังไม่รู้เลยเสือดำ ถ้าจะโดนก็ตอนท้ายๆเครื่องนั่นแหละ” 
“ตอนนี้เชื่อหรือยังว่ามันมี” 
“ไม่เป็นไรเสือดำ เดี๋ยวจวกกับมันต่ออีก” 
นักบินดูจะใจเย็นดีเหมือนกัน กำลังใจยังไม่เสีย พวกคนดูทางพื้นดินต่างหากที่กำลังใจไม่ค่อยดีนัก 
โอวี.10 ลำต่อไปจิกหัวลงเตรียมบินเข้าหาเป้าทันที ไม่พูดพล่ามทำเพลงใดๆอีก 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
ขณะจิกหัวลงนั้น เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจรวดจะออกจากแหล่ง เครื่องบินเกือบจะอยู่ในตำแหน่งต่ำสุด ไอ้ ผกค.ปล่อยกระสุนเหล็กชุบทองแดงสวนขึ้นมาทันที่ เป็นการยิงชุดยาวที่ไม่ต่ำกว่าครึ่งสายกระสุน จรวดตกห่างเป้าหมายออกไปมากกว่าเดิมเสียอีก ไม่ทราบว่าสาเหตุอะไรที่นักบินต้องฝีมือเปลี่ยนไป เท่านั้นไม่พอก่อนจะดึงตัวขึ้น ไอ้ ผกค.คงจะหมุนปืนกลับหลังแล้วปล่อยกระสุนออกไป แนวกระสุนส่องแสงดูเหมือนจะวนเวียนคลอเคลียอยู่ใกล้ๆลำตัวเครื่องนั่นเอง 
“เป็นไงเหยี่ยวขาว” 
“ไม่เป็นไร ยังปลอดภัยดี” 
“จะเอาอีกหรือเปล่าล่ะ” 
“ต้องเอาสิเสือดำ” 
พวกลาดตระเวณเริ่มจะเห็นใจในความยากในการโจมตีต่อเป้าหมายแบบนี้เสียแล้ว เป้าหมายเป็นจุดเล็กๆ บนพื้นดินรัศมีของเป้าเพียง 1 เมตร อาวุธที่ใช้ควรจะเป็นปืนกลอากาศหรือไม่ก็ใช้เป็นระเบิดนาปาล์มเลยถึงจะดี ปริมาณอาวุธที่ส่งลงไปให้แผ่ครอบคลุมพื้นที่ แต่เนื่องจากทั้งปืนกลอากาศ ทั้งนาปาล์ม นักบินไม่ได้เตรียมมา จะเป็นเพราะนักบินไม่ทราบหรือว่าทางกองทัพไม่มี หรือจะเป็นเพราะเหตุอื่นใดก็สุดจะทราบได้ แต่อย่างไรก็ตาม โอวี.10 ทั้ง 2 เครื่องนั้น ก็ไม่ลดละที่จะจองเวรจองกรรมกับไอ้ปืนกลกระบอกนั้นต่อไป 

“เสือดำ ตอนนี้ผมเหลือ 2 ลูกสุดท้ายแล้วนะ เดี๋ยวจะปล่อยลงไปพร้อมๆกันเลย” 
“เอาเลยเหยี่ยวขาว” 
คำตอบของเสือดำดังเสียงอ่อยๆ เป็นการตอบแบบให้กำลังใจตัวเองมากกว่า เพราะเห็นผลแล้วว่า การปฏิบัติการของเครื่องบินในครั้งนี้ไม่ประสพผลสำเร็จ 
โอวี.10ลำนั้นจิกหัวลงทันที ถ้าพวกพื้นดินมองเห็นนักบิน จะรู้ทันทีว่าสายตาของนักบินที่จับจ้องเขม็งอยู่ที่เป้าหมายที่ตนเองมองเห็นนั้น เป็นอาการที่เอาเป็นเอาตาย ไม่ได้หวาดหวั่นต่อกระสุนที่ไอ้ ผกค. มันจะยิงสวนขึ้นมาแต่อย่างใด 

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
ไอ้ ผกค. มันยิงสวนขึ้นมาอีก จรวด 2 ลูกออกจากปีกทั้ง 2 ข้างของเครื่องพร้อมๆกัน แต่...ก็พลาดเป้าหมายอีกจนได้ 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 

เท่านั้นไม่พอ ก่อนจะดึงตัวออกไปได้ ไอ้ผกค. แถมให้อีก 1 ชุดยาวเล่นเอาทุกคนขนหัวลุกพองด้วยความหวาดเสียวไปตามๆกัน 

ลำที่ 2 ตั้งลำอีก คราวนี้นักบินไม่พูดอะไรเลย 

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
ฟลุ่บบบบ...กรั๊มมมมมมมม!” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 

จรวด 2 ลูกจากใต้ปีกปล่อยออกไปพร้อมๆกัน กลุ่มควันหนากว่าเดิมเท่าตัวแต่ก็ยังพลาดเป้าหมายอยู่ดี ไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นมันย่ามใจ ยิงสวนและยิงตามอย่างสบายมือ 
“เป็นไงบ้างเหยี่ยขาว” 

เสือดำถามย้อนขึ้นไปขณะเครื่องกำลังดึงตัวเองขึ้นสูง 

“คงไม่โดนหรอกนะเสือดำ” 

“แล้วจรวดหมดแล้วทำไงล่ะ” 

“ไม่เป็นไรเสือดำ เดี๋ยวมาจัดการให้ใหม่อีก” 

ไม่มีคำตอบจากเสือดำ เนื่องจากเกิดความผิดหวังนั่นเอง ทางหน่วยเหนือน่าจะจัดเครื่องบินมาเสริมให้ เพราะยังไงๆนักบินก็มีวิทยุติดต่อกับสนามบินได้อยู่แล้ว ทำไงได้ละ นี่แหละ กองทัพไทย 

ศึกเขาค้อ ก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่ ๗

พวกลาดตระเวณทั้ง 45 คนซึ่งกระจายกำลังกันอยู่เป็น 3 จุดบนยอดเนินเหลียวมอง ฮ.ทั้ง 2 ลำจากไปด้วยอาการในจิตใจที่บอกไม่ถูก ความกังวลในเพื่อนร่วมรบทั้ง 3 ร่างที่ไปกับ ฮ. กับความรู้สึกที่ถูกโดดเดียวให้เผชิญกับศัตรูที่มีทั้งอำนาจการยิงและชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่า ความท้อแท้และหวาดหวั่นในความตายเกิดขึ้นชั่ววูบในความรู้สึก 

เสียงคำรามจาก ปรส.76 และปืนกล 12.7 มม. คลิ่นควันดินปืนดูจะถูกกลืนไปอย่างสิ้นเชิง ภาพของฐานละลาย ภาพของคนตายและพิการปรากฏขึ้นแทนในห้วงความรู้สึก ใครบ้างที่ไม่กลัวความตาย ใครบ้างที่ไม่กลัวพิการ นักรบแม้จะมีหัวใจรุกรบสักเพียงใด เขาก็ยังเป็นปุถุชนธรรมดาๆเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งผิดปกติวิสัยอันใดเลย ที่พวกลาดตระเวณเหล่านั้นจะเกิดความกลัวขึ้นมาบ้าง แต่...อาการแห่งความกลัวปรากฏขึ้นมาเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น สถาบันของพวกเขา ชีวิตจิตใจของเขาที่ได้รับการหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อการฆ่าและการตายโดยเฉพาะ ความกลัวของพวกลาดตระเวณจึงไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นแต่อย่างใด จนกระทั่งเสียงของเสือดำดังขึ้น 

“พวกเราใจเย็นๆไว้ก่อน เดี๋ยวพวกเขาจะส่งเครื่องมาใหม่ ตอนนี้ให้พวกเราหาที่กำบัง แล้วก็วางตัวเงียบไว้ก่อน” 

คำปลุกใจจากเสือดำ มีความหมายพอที่จะรักษาขวัญกำลังใจของลูกน้องไว้ได้บ้าง จ่ามานะ ผบ.ชุดลาดตระเวณหน้าของชุดเสือดำค่อยๆคลานเข้าหาเสือดำ 

“มีอะไรหรือจ่า” 

เสือดำหันถาม คนอื่นพลอยหันมามองด้วย 

“ผมอยากจะปรึกษาผู้กองเกี่ยวกับเรื่องนี้แหละครับ” 

จ่ามานะหมายถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายชุดลาดตระเวณต้องตกเป็นเป้าอาวุธของฝ่าย ผกค. ชนิดที่ว่าไม่มีอาวุธใดตอบโต้เลย 

“ว่ามาเลยจ่า” 

“ผมว่า...เราควรจะถอนตัวออกจากเนินนี้ดีกว่าครับ เพราะเราไม่มีอาวุธที่จะตอบโต้มันได้เลย แล้วการถอนตัวตอนกลางวันแบบนี้ก็ทำได้ง่ายกว่าตอนกลางคืนนะครับ” 

เสือดำยังไม่ได้ตอบในทันทีทันใด แต่หันกลับไปมองทางที่ตั้ง ปรส.76 สลับกับที่ตั้งปืนกล 12.7 กระบอกนั้น ในความรู้สึกบอกว่า ระยะห่างจาก ปรส.76 กระบอกนั้นไม่เกิน 1,000 เมตร ดูเหมือนจะเป็นระยะหวังผลของมัน อำนาจระเบิดของหัวกระสุนของมันรัศมีประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ไม่คิดอำนาจในการทะลุทะลวงต่อที่กำบังแล้วไอ้ปืนกล 12.7 มม.ล่ะ ระยะไม่เกิน 800 เมตร แน่นอน ไม่ได้ไกลเกินระยะยิงหวังผลของมันอีกเช่น ปริมาณการยิงนาทีละ 450 นัด ไม่น่าจะมีใครรอดจากประมาณการยิงปานห่าฝนของมันไปได้เลย ส่วนอาวุธของฝ่ายลาดตระเวณมีเพียง เอ็ม.16 กับเอชเค.33 ระยะยิงหวังผลเพียง 400 เมตร พิจารณาแล้วมันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย มันเหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก 

คิ้วของเสือดำขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง มันเป็นอาการของคนที่ใช้ความคิดอย่างหนักเสือดำนิ่งเงียบไป จ่ามานะก็ไม่ได้เร่งเร้าเอาคำตอบ ทั้งนี้รู้ดีว่า ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของคนที่มีรหัสว่า “เสือดำ” เท่านั้น 

จนกระทั่งเสือดำหันหน้ากลับมายิ้ม เสือดำยิ้ม จ่ามานะก็ยิ้ม พลอยให้พวกลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆยิ้มไปด้วย แต่ไม่มีใครทราบความหมายในยิ้มของกันและกันเลย 

“จ่าว่ามันจะเผด็จศึกพวกเราได้มั้ย” 

“ก็คงไม่ได้หรอกครับ” 

“แล้วทำไมเราต้องถอนตัวด้วยละ” 

“ผมคิดว่าในตอนนี้เราตกเป็นเป้าแต่ฝ่ายเดียว เป้าเราเป็นเป้าใหญ่ ผมกลัวว่า พวกเราจะมีการพลาดเกิดขึ้นอีก” 

รอยยิ้มเสือดำหายไป พวกลูกน้องก็พลอยหายไปด้วย 

“จ่ามีแผนการอะไรมากกว่านี้มั้ย” 

“พวกเราส่วนใหญ่ถอนตัว หาที่ตั้งที่กำบังใหม่ แล้วส่งกำลังส่วนหนึ่งเล็ดลอดเข้าหาที่ตั้งของมัน” นั่นเป็นเหตุผลของจ่ามานะ 

“การเล็ดลอดเข้าหามันทางด้านหน้านี้ ทำไม่ได้แน่ เพราะมันเป็นที่โล่ง ป่ามันโปร่งเกินไปไม่มีที่กำบัง แล้วไอ้การที่จะเข้าด้านหลังมันน่ะ ระยะทางมันไกลเกินไปต้องอ้อมเขาเป็นลูกๆ กว่าจะถึงตัวมัน มันคงเผ่นไปหมดแล้ว แล้วอีกอย่างนะ เดี๋ยวจะมีเครื่องบินมาโจมตีมันอีก เราต้องอยู่ชี้เป้าให้นักบิน แล้วถ้ายิ่งเราไปอยู่ใกล้บริเวณเป้าหมาย มีหวังโดนเครื่องบินฝ่ายเดียวกันแน่” 

เสือดำให้คำตอบพร้อมทั้งเหตุผลที่ยาวพอสมควร จ่ามานะดูเหมือนจะเข้าใจ แกหันไปมองทางด้านที่อยู่ของศัตรูอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก 

“แล้วผู้กองคิดว่าเราควรทำยังไงต่อไปละครับ” 

เสือดำยังไม่ได้ตอบ ทุกคนก็ต้องหมอบราบลงกับพื้น 

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!” 

เสียงไอ้ ปรส.กระบอกเดิมจากที่ตั้งเดิม เสียงระเบิดตัวเองดัง “ตุ๊ง” ดังก้องมาให้ได้ยินก่อน ติดตามด้วยเสียงระเบิดของหัวกระสุนดังลั่นจนแสบแก้วหู ดูเหมือนกำลังพวกลาดตระเวนทั้งหมดจะหันย้อนไปทางกลองเนิน มองเห็นแล้วว่ามันแม่นยำเอาการ กลุ่มควันและเศษหินที่กระจายขึ้นมา ถ้าเป็นเมื่อตอนที่ ฮ.ยังจอดอยู่มีหวังแหลกเป็นจุล พวกลาดตระเวณปลอดภัยทุกคนเพราะหลบอยูในที่กำบัง 

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...” 

เสียง ปรส.นำมาก่อน ตามด้วยเสียงปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นตามกันมาเหมือนพี่กับน้อง ที่มุ่งรุมกินโต๊ะพวกชุดลาดตระเวน กระสุนแต่ละนัดไม่ได้ออกจากใจกลางกองเนินเลย 

“พวกเรามีใครเป็นไรบ้างโว้ย” 

เสือดำตะโกนถามออกไป 

“ปลอดภัยครับ” 

“ปลอดภัยครับ” 

เสียงตอบมาจากสองด้านของเนินที่ซุ่มตัวอยู่ 

“พวกเราไม่ต้องกลัว เดี๋ยวกระสุนมันก็หมด ใจเย็นๆไว้” 

จ่ามาะ ตะโกนเสริมออกไปอีก 

“สบายใจมากครับ” 

ไม่รู้ว่าใครตะโกนตอบมา ซึ่งทั้งเสือดำ เสือเหลือง และเสือขาวต่างก็พอใจ แล้วความเงียบของทั้งสองฝ่ายก็เกิดขึ้นอีก ต่างคนก็ต่างเดาใจกันไม่ถูก ว่าใครกำลังจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ พวกชุดลาดตระเวนต่างหมอบนิ่ง สายตากวาดมองไปรอบๆ ไกลเท่าที่จะไกลได้ ใครจะรู้ละว่า กำลังบางส่วนของมันอาจจะมีอาวุธแบบเดิมมาเสริมอีกด้านหนึ่ง หรืออาจจะใช้กำลังคนที่มากกว่ารุกเข้าประชิดหวังขยี้พวกลาดตระเวนให้แหลกราญก็ได้ จนแล้วจนรอด เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ยังไม่ปรากฏวี่แววอะไรมาให้เห็น แต่พวกชุดลาดตระเวณดูยังจะใจเย็นอยู่ โดยเฉพาะเสือดำที่เอนกายพิงก้อนหินสูบบุหรี่เหมือนทองไม่รู้ร้อน 

และแล้วทุกคนก็ต้องสะดุ้งวาบ หันไปมองทางด้านทิศเหนือ คงไม่ใช่เฉพาะพวกลาดตระเวนเท่านั้นที่หันไปมอง คิดว่าไอ้ ผกค. มันก็คงหันไปมองด้วยถ้ามันยังอยู่ในบริเวณนั้นมันก็คงหันไปมองด้วยถ้ามันยังอยู่ในบริเวณนั้น 

เสียงเครื่องบิน โอ.วี.10 ดังแว่วมาอย่างชัดเจน จำนวนเครื่องเท่านั้นที่ยังมองไม่เห็น 

พวกชุดลาดตระเวนดูจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้างที่หน่วยเหนือไม่ทอดทิ้งเสียทีเดียว 

เสือดำลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนสั่งการทันที 

“ไอ้เล็กเอาผ้าสัญญาณผืนแรกมาวาวตรงนี้ ไอ้เสือเหลืองเอาแผ่นผ้าสัญญาณไปวางตรงโน้น ให้แนวผ้าชี้ตรงเข้าหาไอ้ ปรส.สิวะ” 

ไอ้เล็ก นายสิบที่อยู่ใกล้เสือดำวิ่งไปย้ายตำแหน่งแผ่นผ้าสัญญาณสีแสดสะท้อนแสงตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว พร้อทกับคนของด้านเสือเหลืองจัดการตามคำสั่งด้วย มองเห็นมันย้ายซ้าย-ขวา 2-3 ที ทำท่าเล็งให้ตรงแนวแล้วตอกสมอยึดตรึงทันที แผ่นผ้าสัญญาณทั้ง 2 ผืน ห่างกันประมาณ 80-100 เมตร ช่วยในการหมายแนวได้เป็นอย่างดี 

เสือดำเรียกหาวิทยุถือไว้แล้วรอการเรียกจากนักบิน ซึ่งก็ได้ผล 

“เสือดำ...จากเหยี่ยวขาว เปลี่ยน” 

เสียงนักบินเรียกลงมา การเข้าหาพิกัดของนักบินในครั้งนี้ไม่ยุ่งยากอันใดเลย ฮ.ได้ให้พิกัดไว้ก่อนแล้ว 

“จากเสือดำ” 

“โอเค เสือดำเสียงวิทยุชัดแจ๋วมาก เป็นไงสบายดีเหรอ” 

“สบายกะผีอะไรล่ะ คอจะขาดตายอยู่แล้ว... เป็นไง เห็นผ้าหมายแนวมั้ย” 

ดูเหมือนนักบินพยายามจะตลก แต่เสือดำตลกไม่ออก เพราะปืนของศัตรูกำลังจ่อคอหอยอยู่ 

“เห็นแล้ว..เสือดำ เดี๋ยวจะลดความสูงลงบินทับแนวเข้าหาเป้า เสือดำช่วยปรับแนวให้ด้วยะ” 

“โอเค จัดการได้เลย” 

โอ.วี.10 บรองโก ทั้ง 2 เครื่องบินวนเวียนอยู่บนอากาศแล้วลดเพดานบินลงทันที แต่ความสูงดูเหมือนจะสูงกว่า 3,000 ฟุต 

“ลงมาอีกหน่อยสิ เหยี่ยวขาว ทำเป็นปอดแหกไปได้” 

“ใจเย็นๆนะ เสือดำ” 

โอ.วี.10 ลำแรกปักหัวลงทันที อาการร่อนตัวของมันแสดงถึงความคล่องแคล่วและฝีมือของักบินอย่างเห็นได้ชัด ลดเพดานบินลงมาจนกระทั่งเหลือ 1,000 กว่าฟุต 

“โอเค เหยี่ยวขาว ตรงแนวดีแล้ว ที่หมายกึ่งกลางเนินตรงหน้าระยะ 1,000 เมตร ปรส.ข้าศึก 1 กระบอก และจากปลายแผ่นผ้าสัญญาณ ทิศทาง 2 นาฬิกาที่หมายกึ่งกลางเนิน ระยะ 800 เมตร ปืนกล 12.7 มม.ของข้าศึก 1 กระบอก เลือกเอาเลยเหยี่ยวขาว” 

“เฮ๊ย!! เสือดำ.. มี 12.7 ด้วยหรือ” 

เสียงนักบินตะโกนลั่นมาทางวิทยุ พร้อมกับดึงเครื่องให้สูงขึ้นไปอีก 

“โธ่เอ๊ย ไอ้เหยี่ยว มันมีตั้งนานแล้วโว้ย” 

“อะไรกันวะ แล้วทำไมไม่บอกเสียแต่ทีแรกวะ” 

แสดงว่านักบิน ฮ.ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายไว้ เหยี่ยวขาวต้องคิดหนัก เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้นักบินควรจะจัดการกับไอ้ปืนกล 12.7 มม.เสียก่อนเพราะมันเป็นอันตรายต่อเครื่องบินมากกว่า ปรส.แต่ทางภาคพื้นดินนั้น ต้องการให้จัดการกับไอ้ปรส.ก่อน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ระหว่างนักรบบนอากาศดินกับนักรบทางพื้นดิน 

ศึกเขาค้อก่อนยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ตอนที่๖

บ่าย 4 โมงเย็นของวันนั้น กำลังชุดลาดตระเวนหาข่าวพิสูจน์ทราบที่ตั้ง ผกค. บรริเวณรอบๆภูยอดหญ้าโดยการนำของเสือดำร้อยเอกทหารรบก เสือเหลืองร้อยโททหารบก และเสือขาวร้อยโท ตชด.

ภารกิจครั้งนี้มีกำหนด 1 เดือน วันนี้เป็นวันที่ 5 ของภารกิจ ชุดปฏิบัติการต้องมาพบกับการสูญเสียกำลังพลเสือใหญ่ ร.ท. จาก ตชด. พร้อมด้วยกำลังพลนายสิบอีก 2 คน มันเป็นการสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชุดปฏิบัติการอย่างที่สุด แต่มาในวันนี้กับเมื่อวาน พอที่จะคลายความสะเทือนใจลงได้บ้าง เพราะสามารถสังหาร ผกค.ได้ถึง 4 และบาดเจ็บอีก 1 การปฏิบัติการแก้แค้นที่ได้ผลในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากความประมาทของฝ่าย ผกค.เอง โดยคิดอย่างลำพองว่าเป็นพื้นที่อิทธิพลของฝ่ายตน

การมาของชุดลาดตระเวณได้ปรากฏแก่สายตาของไอ้ ผกค.เสียแล้ว การปฏิบัติการจองเวรจะต้องดำเนินต่อไป

พื้นที่สำหรับ ฮ.ร่อนลง ที่เสือขาวเป็นฝ่ายเลือกดูจะเหมาะสมดี พื้นที่เป็นลานโล่งกว้างยาวประมาณครึ่งสนามฟุตบอล ตั้งอยู่บนยอดเนินหนึ่งในจำนวนร้อยๆเหล่านั้น ดูจะสูงเท่าๆกันเกือบทั้งหมด จนสามารถมองเห็นส่วนของภูยอดหญ้าเด่นตระหง่านในระยะประมาณ 20 ก.ม. หมอกแดดที่เข้าครอบคลุมทำให้การตรวจการณ์กระทำได้ไม่ดีนัก

เสือดำเดินตรวจพื้นที่ไปรอบๆ เคียงข้างเสือเหลืองและเสือขาว แล้วสั่งการวางกำลังคุ้มกันพื้นที่แต่ละจุด 4 คนบ้าง 5 คนบ้าง แล้วแต่เขตการยิงหรือความล่อแหลมของพื้นที่

จนกระทั่งเกือบค่ำของวันนั้น ฮ.ของ ทบ. บินมาเหนือพื้นที่ในระยะสูงเกือบ 8,000 ฟุต ลอยตัวอย่างช้าๆ เพื่อการรับรายงานข่าวสารจากหน่วยทางภาคพื้น

เสือดำเป็นผู้รับ-ส่งวิทยุด้วยต้นเอง และไม่ลืมที่จะทดสอบการตรวจสอบที่ตั้งด้วยแผ่นผ้าสัญญาณ ทั้งนี้เพื่อให้นักบินช่วยในการตรวจสอบพิกัด และเป็นการแจ้งพิกัดให้ทราบล่วงหน้า เพื่อความรวดเร็วในการร่อนลงในวันรุ่งขึ้น

การเข้าประจำพื้นที่จุดร่อนลงของ ฮ. ของพวกลาดตระเวณในครั้งนี้ ดูเหมือนฝ่าย ผกค.จะรู้หมดแล้ว พวกลาดตระเวณไม่รู้หรอกว่า ฝ่ายตนตกเป็นเป้าสายตาของไอ้พวก ผกค.เกือบตลอดเวลา เสือดำไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า การที่สังหาร ผกค.ไปแล้ว 4 คน ใช่ว่ามันจะหมด แต่มันกลับมีคนทดทดแทนและคนที่มาทดแทนนั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นเหมือนกัน

การหุงหาอาหารในค่ำนั้น กระทำกันอย่างไม่ระมัดระวังนัก การเป็นอยู่อย่างอื่นไม่มีสิ่งใดพิเศษ จนกระทั่งค่ำมืด เวรยามจัดตามปกติ ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้น แต่เหตุการณ์คืนนั้นก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย กำลังวังชาร่างกายของพวกลาดตระเวณดูกระชุ่มกระชวยขึ้นหลังจากการได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน อากาศช่วงเช้าหมอกลงค่อนข้างจัด สามารถมองเห็นออกไปไกลได้ไม่เกิน 100 เมตร ทำให้กำลังทั้งหมดไม่กล้าเคลื่อนตัวไปใหนไกลนัก

เกือบเที่ยงของวันนั้น ท้องฟ้าเปิดอากาศโปร่งใสสามารถตรวจการณ์ได้ไกลออกไป กำลังพวกลาดตระเวณเตรียมพร้อมอยู่ตามจุดที่กำหนด หลายต่อหลายครั้งที่บางคนต้องหันไปมองจ้องที่บริเวณกลางลานร่อนลงจอดของ ฮ. ศพของทั้ง 3 คนห่อด้วยผผ้าปันโจนอนเรียงกันอยู่ กลิ่นเลือดจากศพเรียกแมลงวันป่าให้มาตอมจนเต็มไปหมด ในบางครั้งที่ลมโชยจะมีกลิ่นตามมาด้วย

เสียง ฮ.ดังแว่วมาแต่ไกลเหมือนจะเป็นสัญญาณ ชุดลาดตระเวณต่างแหงนมองขึ้นท้องฟ้าเกือบจะพร้อมกัน หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น ความกระฉับกระเฉงเกิดขึ้นทันที เสือดำสั่งการให้ปูผ้าสัญญาณสีแสด แล้วเช็ควิทยุวางกำลังอีกครั้ง มุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย

“เสือดำ-เสือดำจากวิหค”

วิยุจาก ฮ.เรียกลงมา เสือดำได้ยินแล้ว แต่ยังเงียบอยู่ก่อน จนกระทั่งเรียกมาอีกครั้ง

“เสือดำจากวิหค”

“วิหคจากเสือดำ”

เสือดำตอบแล้วแหงนมองท้องฟ้า มองเห็นว่า ฮ.ที่มาในครั้งนี้มีจำนวน 2 ลำ

“เสียงชัดเจนอยู่มั้ย”

ฝ่ายวิหคสอบถาม

“ชัดเจนดี”

“โอเค เหตุการณ์ทางพื้นดินเป็นไง เสือดำ”

“ตอนนี้เรียบร้อยดี วิหค”

เสียง ฮ.ดังใกล้เข้ามา เสือดำอดที่จะมองที่ ฮ. ที แล้วมองมาทางลูกน้องทีไม่ได้ ก็เห็นแล้วว่าการปฏิบัติทุกขั้นตอนของลูกน้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามแผน

“เสือดำปูผ้าแล้วใช่มั้ย”

“ใช่แล้ว ให้วิหคตอบด้วย”

หมายความว่าให้ฝ่ายนักบินเป็นผู้บอกลงมาว่า ผ้าสัญญาณที่เห็นนั้น สีอะไร มีกี่จุด ในโอกาสแบบนี้ ฝ่าย ผกค. อาจสวมรอยได้ จึงต้องให้นักบินเป็นผู้รายงานลงมา

“สีแสด รูปตัวทีใช่มั้ย”

“โอเค ถูกต้องวิหค”

ฮ.ทั้งสองลำลดเพดานบินลงทันที ปักตัวตีอ้อมลงเล็กน้อยแล้วรักษาระดับบินไว้ ประมาณ 2,000 ฟุต

“เสือดำ โชว์สะโม๊คขาว จุดระวังป้องกันให้ด้วยได้มั้ย”

“โอเค วิหค เดี๋ยวจะโชว์ให้”

เสือดำตะโกนสั่งการให้จุดที่ต้องจุดระเบิดควันสีตามที่ได้กำหนดไว้ ดูจนคิดว่าครบทุกจุด

“ว่าไงวิหค โชว์แล้วสีขาว รายงานจำนวนจุดให้ทราบด้วย”

“6 จุดใช่ไหมเสือดำ”

“โอเค ถูกต้อง ลงได้เลยวิหค”

“โอเค เสือดำ ลงเลยนะ”

“โอเค ลงมาเลย”

ฮ.ลำหน้าปักหัวดิ่งลงบนกลางลานทันที ด้วยการตีวงล้อมรอบลาน ส่วนอีกลำ ลดตัวต่ำลงมาในระยะ 500 ฟุต บินวนรอบๆบริเวณลานร่อนลง

ฮ.ลำแรกปักดิ่งลงพื้นทันทีเมื่อมีโอกาส ลังไม้ขนาดใหญ่ที่เสือดำร้องขอไปถูกถีบลงมาทันทีที่สกี ฮ.สัมผัสพื้น กำลังชุดลาดตระเวน 4 คนวิ่งสวนออกไปทันทีตามคำสั่งที่จะต้องช่วยยกศพขึ้น ฮ. และแล้วเสือดำ เสือเหลือง เสือขาว และแม้แต่ใครๆ ก็ต้องขนหัวลุก

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”
“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

ทุกคนทราบดีว่า นั่นคือเสียง ปรส.76 มม.(ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง) ทำจากจีนแดงยิงมาจากกลางเนินด้านใต้ มองไม่เห็นว่ากระสุนทั้ง 2 นัดนั้นมันเฉียดลำตัว ฮ.ห่างไปเท่าไหร่ จากที่มองเห็นจุดยิงที่ดังมาก่อน มองเห็นกลุ่มควันท้ายรังเพลิงกับจุดที่กระสุนกระทบแนวป่าฝั่งตรงข้ามมันเป็นแนวเดียวกันกับที่ ฮ.ลำนั้นจอดอยู่

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เสียงปืนกลขนาด 12.7 มม. จากจุดที่ตั้ง ปรส.ไปทางขวาประมาณ 300 เมตร ระดมยิงไปที่ ฮ.ลำที่กำลังลอยตัวอยู่บนอากาศ

“เฮ้ย เสือดำ ไหนว่าเคลียร์ดีแล้วไงวะ”

เสียงจากวิหคลำที่ลอยอยู่บนอากาศดังลงมา ในขณะที่ดึงตัวเองวกออกจากเนินนั้น

เสือดำมองเห็นแล้วว่า จุดที่ยิง ปรส.ออกมานั้น ห่างออกไปเกือบ 2 กม. ระยะยิงของ ปรส.76 มม.นั้นสามารถยิงได้ไกลสุดเกือบ 5 กม. ระยะหวังผล 1 กม.ลงมา ดังนั้นในระยะที่ยิงในครั้งนี้จึงเกินกว่าระยะยิงหวังผล ความแม่นยำจึงลดลงไป

“มันไกลเกินไปโว้ย วิหค”

“แล้วมันมีซักกี่กระบอกวะ”

“ใครจะไปรู้ละวะ”

“โอเค เสือดำ มึงอยู่เฉยๆ เดี๋ยวกูจัดการเอง”

วิหคลำที่ลอยอยู่กลับลำทันที

“ตุ๊ง...กรั้มมมมมม!”

กระสุน ปรส.76 คราวนี้ตกลงบนลานร่อนลงของ ฮ.นั่นเอง เศษดินผสมกับกลุ่มควันลอยตัวเป็นกลุ่มใหญ่ลอยขึ้นเบื้องบน ทุกคนในบริเวณนั้นหมอบตัวลงต่ำด้วยสัญชาตญาณ แต่ยังโล่งอกไปได้เพราะเสียงโรเตอร์ ฮ. ยังตัดอากาศดังพั่บๆ ให้ได้ยินอยู่ แสดงว่าเป้าหมายคือ ฮ.ยังคงอยู่ พอควันจางลงก็เห็นว่าไอ้พวกที่ขนศพขึ้น ฮ. กำลังขนอย่างกระวีกระวาด

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ไอ้วิหคที่ลอยลำอยู่กลับลำเสร็จ หันลำตัวด้านซ้ายเข้าหาเนิน แล้วปล่อยกระสุนทันที

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

เอ็ม.60 จาก Door Gunner ปล่อยกระสุนออกไปเป็นชุดยาวต่อเป้าหมายที่พอจะประมาณได้เท่านั้น

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

คราวนี้ไอ้วิหคเป็นฝ่ายโดนบ้าง เพราะไอ้ 12.7 กระบอกนั้นมันตอบโต้ขึ้นมาทันทีเหมือนกัน

ปืนกล 12.7 มม. มีระยะยิงหวังผลเกือบ 2,000 เมตร แต่วิหคมันบินไกลเกินกว่าระยะหวังผลจึงรอดได้

หรือจะเป็นเพราะโชคช่วยก็สุดจะเดา ไอ้วิหคบนฟ้าดึงตัวเองอย่างแรงขึ้นสู่เบื้องสูงแล้วกลับลำ ความที่มันมี Door Gunner ทางด้านซ้ายด้านเดียวจึงดูไม่คล่องตัวมากนัก ไอ้พลปืนที่เป็น Door Gunner หมายตากลุ่มควัน ปรส.76 กระบอกนั้นไว้แล้วเป็นอย่างดีกลับลำมาอีกครั้ง

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไม่รู้กี่ร้อยต่อกี่ร้อยนัดที่เอ็ม.60 จาก Door Gunner ปล่อยกระสุนลงไปไม่ทราบว่าได้ผลแค่ไหน แต่ดูเหมือนเสียงคำรามของไอ้ ปรส.เวรตะไลกระบอกนั้นเงียบไปชั่วครู่
แต่ไอ้ปืนกล 12.7 มม. กระบอกนั้นกลับตอบโต้ขึ้นมาอีกเป็นชุดยาว

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ Door Gunner ยิงสวนวิถีกระสุนทันที โดยอาศัยกลุ่มควันที่มีไม่มากนักจากปากลำกล้องของมันเป็นเป้าสังหาร ไอ้ Door Gunner พยายามยิงอย่างตั้งใจ เกร็งมือส่ายวิถีกระสุนให้เข้าเป้าหมายให้ได้ จนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มกระสุนไม่ได้ห่างจากเป้าหมายเท่าใดนัก

พวกลาดตระเวนซึ่งตอนนั้นเหมือนกับถูกมัดมือมัดตีน ระยะมันไกลเกินไป ไม่มีอาวุธยาวอะไรพอที่จะช่วยเหลือพรรคพวกของตนได้เลย ก็เลยได้แต่เอาใจช่วย เสือดำเอาปากพูดหูฟังวิทยุแนบแก้มตลอดเวลา เพราะไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้แล้ว

ชั่วระยะเวลาไม่ถึงนาทีที่การตอบโต้จากฝ่าย ผกค. ที่ดูจะเป็นศึกระหว่างทางอากาศกับทางภาคพื้นยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำต่อกัน ไอ้วิหคที่ลงมารับศพคงเรียบร้อยแล้ว เสียงเร่งเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นฟุ้งกระจายด้วยแรงลมจากโรเตอร์ตลบทั่วลานจอด แล้วลอยตัวขึ้นบนอากาศในทิศทางตรงข้ามกับที่ตั้งของไอ้ ผกค.

“วิหคจากเส๗อดำ”

“จากวิหค ว่ามาเลย”

“วิหคจะกลับเลยหรือ”

“ว่าจะกลับเลย เสือดำมีอะไรหรือ”

เสือดำนิ่งอึ้งไปชั่วครู่เหมือนกำลังชั่งใจในความคิดของตน ไอ้เหล่าร้ายยังปรากฏอยู่ การรุกเข้ามามันดูจะทำได้ยากจริงๆ เพราะภูมิประเทศไม่อำนวย อาวุธยาว ปรส.กระบอกนั้นดูจะเป็นอันตรายแก่พวกลาดตระเวนอย่างที่สุด

“อยากจะให้วิหคจัดการกับไอ้พวกผักกาดเค็มบนเนินนั้นให้ก่อนน่ะซี”

เสือดำตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจาก ฮ. GUNSHIP ทั้งที่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ภารกิจ

“จากวิหค คงช่วยได้แค่ตัวเดียวนะเสือดำ เพราะทางผมไม่มี Door Gunner”

“ก็ได้วิหค ไงๆช่วยเก็บมันก่อนก็แล้วกัน ไม่งั้นทางผมบรรลัยแน่ ผมไม่มีอาวุธยาวจะไปต่อกรกับมันน่ะ”

“โอเคไอ้เสือ เดี๋ยวกูจัดการเอง แต่จะสำเร็จหรือเปล่าไม่รับรองนะโว้ย”

ไอ้วิหคลำที่มี Door Gunner ที่ดูเหมือนจะชอบพอกับเสือดำจนถึงขนาดพูดมึงพูดกูกันได้รับปากจะช่วยจัดการให้

เวลาไม่นานนัก ฮ.ลำที่รับศพตีวงออกจากพื้นที่ แต่ไอ้วิหคที่จะจัดการกับไอ้ ปรส.และไอ้ปืนกล ผกค. ตีวงเข้ามาอีกครั้งชนิดที่ไม่มีการเกรงกลัวศักดิ์ศรีกันแต่อย่างใด

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

กลับลำยังไม่เสร็จดี ไอ้ปืนกล 12.7 มม. คู่อริก็ปล่อยกระสุนขึ้นมาเสียก่อน และทันทีที่กลลับลำเสร็จ

“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”
“ปัง...ปัง...ปัง...ปัง!...”

ไอ้ปืนกลยิงมาอีกในจังหวะกลับตัวแล้ววกลงต่ำ พวกทางพื้นดินมองเห็นแล้วต้องใจหายวาบ เพราะเห็นจากปืนไอ้ ผกค. มันไม่ห่างจากลำตัวของ ฮ.ลำนั้นเลย

“เสือดำ ไม่ไหวแล้วว่ะ กูโดนเข้าแล้ว ช่วยตัวเองไปก่อนนะเพื่อน เดี๋ยวจะให้คนมาช่วย”

“โอเคเพื่อน”

เสือดำตอบไปด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความผิดหวัง อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปจากฤทธิ์เดชของไอ้ ปรส.76 มม. กระบอกนั้น 


วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

เรามารู้เรื่องของผกค.กันบ้าง

คัดลอกจากhttp://2519me.com/NTOctober/NTOcontent/Longklarpooparnf/Longklapnnf.htmมาให้อ่านกันสักหน่อยเป็นอันว่ารู้เขาบ้าง รู้เราบ้างปัจจุบันเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนไทยด้วยกันเองไปแล้ว

/////////////////////////////////////////////////////////////
กองทหารของประชาชน

     กองทหารของประชาชนเกิดขึ้นตามความจำเป็นของภารกิจทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากอำนาจรัฐบีบคั้นให้ประชาชนต้องใช้ความรุนแรงเข้าต่อกร เพราะรัฐบาลเผด็จการได้ใช้กลไกอำนาจที่มีทั้งอาวุธและคุกตะรางเข้าปราบปรามประชาชนที่มีเพียงมือเปล่า ถ้าต้องการเอาชนะเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองก็ต้องมีกองทหารของตัวเองด้วยเช่นกัน
     ทหารประชาชนจึงเป็นลูกหลานคนยากจนเป็นส่วนใหญ่ โดยการอาสาสมัครเข้ามา มิได้เกิดจากการกะเกณฑ์หรือบีบบังคับ
     เป็นกองทหารที่เน้นการติดอาวุธทางความคิด
     เป็นกองทหารที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาและอุดมการณ์
     ภาระหน้าที่หลัก ๓ ประการ ในกองทหาร
     ๑. หน้าที่ในการสู้รบ
     ๒. หน้าที่ปลุกระดมมวลชน
     ๓. หน้าที่ทำการผลิต
     ระบบการจัดตั้งในกองทหารประกอบด้วย หน่วยพรรค, ผู้ชี้นำการเมือง, ผู้บัญชาการรบ
     สำหรับทหารประชาชนนั้นนอกจากสู้รบแล้ว ยังต้องศึกษาทฤษฎีทางการเมืองเป็นประจำ มีการรวมกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองและความเป็นไปของเหตุการณ์ทั่วโลกเป็นระยะ เพื่อว่าเวลาได้พบประชาชนจะได้ให้การศึกษาแก่มวลชนได้ทุกโอกาสที่มีเข้ามา ตอบปัญหาและไขข้อข้องใจได้อย่างกระจ่างชัด
     จะต้องลงสู่นาไร่เพื่อใช้แรงงาน เพราะทหารป่าไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นผู้รับใช้ประชาชนในยามศึกสงครามคนจนก็ยิ่งมีความยากลำบากมากกว่าเดิม กองทหารก็ไม่ควรเพิ่มภาระให้กับมวลชน จึงต้องทำการผลิตเพื่อเลี้ยงตัวเอง ถ้ามีโอกาสก็ต้องช่วยเหลือประชาชนในด้านการใช้แรงงาน จะรบกวนประชาชนในยามจำเป็นเท่านั้น
     กองทหารนี้แจ่มชัดในการยึดกุมแนวทางนโยบายของพรรคฯ ปฏิบัติตามวินัย ทปท. อย่างเคร่งครัด
     เนื่องจากทหารต่างก็เป็นลูกหลานของประชาชน ร่วมกันต่อสู้เพื่อกอบกู้ชีวิตให้พ้นจากการถูกกดขี่ข่มเหง จึงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริง
 นับตั้งแต่ฐานที่มั่นเขต ๓ จังหวัดกำเนิดขึ้น รัฐบาลเผด็จการก็ได้ใช้กำลังทหารจำนวนมากทำการล้อมปราบอย่างหนักหน่วง หวังจะทำลายฐานที่มั่น ๓ จังหวัดให้ราบคาบ ตั้งแต่แรกเกิด เริ่มตั้งแต่ปลายปี ๒๕๑๑-๒๕๑๒ พวกเขาได้เปิดยุทธการภูขี้เถ้าขึ้น และเปิดยุทธการต่าง ๆ ติดตามมาอีกมากมาย เช่น ยุทธการเข็กน้อย,ยุทธการภูหินร่องกล้า,ยุทธการป่าหวาย, ยุทธการเขาขาด, ยุทธการเขาค้อ, ยุทธการทับเบิก เป็นต้น แต้ก็ถูกทหารป่าและประชาชนในฐานที่มั่นต่อต้านอย่างเหนียวแน่นตลอดมา
     ปี ๒๕๑๓ รัฐบาลได้เปิดยุทธการบ้านสะเดาะพงษ์ทางฝั่งใต้ขึ้น ทหาร ประชาชนทางฝั่งใต้ได้ร่วมกันต่อต้าน โดยยิงเฮลิคอปเตอร์ตกและยึดเอาไว้ ทั้งได้ยิงถูกเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์เสียหายอีกหลายเครื่อง การสู้รบติดพันกันอยู่ ๑๐ กว่าวัน เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถส่งเสบียงอาหารได้ทหารรัฐบาลต้องถอนกำลังกลับไป
ปี ๒๕๑๕ รัฐบาลได้เปิดยุทธการภูขวางอันลือลั่นขึ้น โดยมอบให้พันเอกณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้อำนวยการล้อมปราบ ทั้งนี้ก็เพื่อจะสร้างเครดิตให้พันเอกณรงค์ในการที่จะสืบอำนาจเผด็จการต่อจากพวกเขา และเป็นการหักหน้าบรรดานายพลที่เป็นแม่ทัพของกองทัพภาคที่ ๓ ที่ทำการปราบฐานที่มั่น ๓ จังหวัดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงระดมกำลังทหารบกจากกองทัพภาคต่าง ๆ กำลังจากกองทัพอากาศ, ศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี, หน่วยรบพิเศษราทิกุลที่เคยเข้าไปรับจ้างรบในประเทศลาว  รวมกำลังทั้งหมดจำนวน ๑๕,๕๑๐ คน พร้อมด้วยอาวุธที่ทันสมัยนานาชนิดหวังจะบดขยี้ฐานที่มั่นเขต ๓ จังหวัดให้ราบคาบ แต่ถูกทหารประชาชนร่วมกับประชาชนต่อต้านอย่างดุเดือดเป็นเวลาต่อเนื่องถึง ๔ เดือน ทหารรัฐบาลต้องล่าถอยกลับไป

     ปลายปี ๒๕๑๕ ต้นปี ๒๕๑๖ รัฐบาลถนอม-ประภาส ได้เปิดยุทธการสามชัยขึ้นมาหม่ โดยระดมกำลังทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมกำลังทั้งสิ้น ๗,๗๖๘ คน ใช้อาวุธทันสมัยทุกชนิด เช่นเดียวกับยุทธการภูขวาง โดยใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มและเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบปูพรมเป็นการเบิกทาง จากนั้นก็ใช้กำลังบุกทางภาคพื้นดิน ทหารประชาชนร่วมกับประชาชนยืนหยัดต่อต้านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๒ เดือน ทหารรัฐบาลจึงล่าถอยไป

     
ปี ๒๕๑๖ ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าการบุกฐานที่มั่นฝั่งเหนือหลายครั้งไม่สามารถบรรลุผลตามปรารถนา พวกเขาจึงหาทางเจาะจุดอ่อนก่อน โดยพวกเขาคิดว่าทางฝั่งใต้ (เขต ๑๕) เป็นจุดอ่อน เพราะมีพื้นที่ยื่นลึกเข้าไปอยู่ใจกลางของพวกเขา ทั้งยังมีถนนสายหล่มสัก-พิษณุโลกผ่ากลาง แยกออกไปจากฝั่งเหนือ การลำเลียงขนส่งและการช่วยเหลือกันก็ลำบาก พวกเขาจึงเปิดยุทธการ "รามสูร" ทหารรัฐบาลได้ส่งกำลังเข้ายึดเขาย่า ทหารประชาชนเข้าปิดล้อมคอยซุ่มยิงเฮลิคอปเตอร์ที่จะมาส่งกำลังบำรุง เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกและเสียหายหลายลำ จนเฮลิคอปเตอร์ไม่กล้าลง ต้องใช้เครื่องบินมาทิ้งร่มส่งเสบียงทางอากาศแต่เครื่องบินต้องบินในระดับสูงบินต่ำลงไม่ได้เพราะถูกยิง ร่มเสบียงจึงลอยไปตกในป่า ทหารรัฐบาลที่ยึดเขาย่าต้องอดข้าวอดน้ำจนผู้บัญชาการรบต้องออกคำสั่งให้ถอย
     
ปี ๒๕๑๙ รัฐบาลได้เปิดยุทธการ "ดอนเจดีย์" และยุทธการ "ร่วมใจศึก" เพื่อเข้ายึดเขต ๑๕ ให้ได้ ในครั้งนี้มีทหารก๊กมินตั๋งกองพล ๙๓ รวมอยู่ด้วย แต่ก็ถูกทหารประชาชนต่อต้านอย่างหนักจำต้องล่าถอยกลับไปเช่นเดิม
     
ปี๒๕๒๒ รัฐบาลได้เปิดยุทธการ "ลุ่มน้ำเข็ก" เพื่อบุกยึดฐานที่มั่นเขต ๑๕ อีก ทหารประชาชนต่อต้านสามารถรักษาฐานที่มั่นเขต ๑๕ ไว้อย่างมีชัย
     
ปี ๒๕๒๓ รัฐบาลได้เปิดยุทธการ "เขาค้อ" เพื่อหวังจะบุกยึดยอดเขาค้อให้ได้ ทหารประชาชนต่อสู้รักษายอดเขาค้าไว้ได้
     
ปี ๒๕๒๔ รับบาลได้เปิดยุทธการ "ผาเมืองเผด็จศึก" โดยการระดมกำลังทหารจากส่วนต่าง ๆ จำนวนหลายพันคน สมทบด้วยทหารก๊กมินตั๋งกองพล ๙๓ ใช้อาวุธที่ทันสมัยทุกชนิดบุกเข้าฐานที่มั่นเขต ๑๕ ทุกทิศทุกทาง ทำให้ฝ่ายป่าตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก เพราะกำลังทหารประชาชนมีกำลังน้อย ด้านหนึ่งต้องต่อต้านการบุกรุกของทหารรัฐบาล อีกด้านหนึ่งต้องคอยปกป้องประชาชน กรรมการเขตจึงมีมติให้อพยพประชาชนให้ไปอยู่ในเขตที่ปลอดภัยกว่า  เปลี่ยนฐานที่มั่นเขต ๑๕ เป็นเขตจรยุทธ์ คงอยู่เฉพาะทหารที่เป็นหน่วยสู้รบ  ในการต้านการล้อมปราบนั้น ทหารประชาชนและประชาชนในฐานที่มั่นได้ใช้สงครามประชาชนไปรับมือกับฝ่ายปกครอง ใช้ยุทธวิธีจรยุทธ์ไปต่อสู้กับการรบแบบแผนใช้อาวุธพื้นบ้านไปสู้กับอาวุธที่ทันสมัยและมีอาณุภาพสูงขึ้น ใช้จำลังจำนวนน้อยไปสู้กับกำลังที่มีมากมายมหาศาล ใช้วิธีการต่อสู้หลายรูปแบบไปยับยั้งการบุกรุกด้วยกำลังขนาดใหญ่ ใช้ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวพลิกแพลงไปหยุดความฮึกเหิมของผู้บุกรุก เช่น ในการล้อมปราบแต่ละครั้ง พวกเขาใช้ปืนใหญ่นานาชนิดยิงถล่มใส่เป้าหมายเป็นการเบิกทาง เมื่อคิดว่าจะไม่มีทหารประชาชนอยู่ต่อไปได้แล้วก็ใช้กำลังจำนวนมากบุกทางภาคพื้นดินหนุนเนื่องกันเข้ามา ฝ่ายทหารประชาชนกำลังน้อยต้องถอย คอยติดตามดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาปล่อยให้พวกเขาถลำลึกเข้าไปในฐานที่มั่น ซึ่งทหารป่าและประชาชนได้อาศัยหลุมขวากจั่นห้าวและทุ่นระเบิด เพื่อสกัดการบุกประสานกับซุ่มยิงรบกวน เมื่อพวกเขาตกหลุมขวากจั่นห้าวหรือถูกยิงบาดเจ็บก็ต้องเรียกให้เฮลิคอปเตอร์มารับคนเจ็บ และส่งกำลังบำรุง ทหารประชาชนก็จัดกำลังหน่วยเล็ก ๆ คอยดักยิงเฮลิคอปเตอร์จนตกหรือเสียหายจนไม่กล้าลงจอดส่งกำลังบำรุง จึงเป็นการยากที่ทหารรัฐบาลจำนวนมากจะยืนหยัดอยู่ในฐานที่มั่นได้นาน
     การใช้ยุทธวิธีล่อหลอกทำให้ฝ่ายรัฐบาลเข้าใจผิดก็เป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีของฝ่ายป่า ฝ่ายรัฐบาลต้องหาที่ตั้งของกองทหารประชาชนเพื่อทิ้งระเบิดทำลาย หรือไม่ก็ใช้ปืนใหญ่ยิง เช่น ที่ป่าสนหินร่องกล้ามีร่องหินแตกมากมายสามารถใช้เป็นที่หลบกระสุนปืนใหญ่และลูกระเบิดได้ ทหารประชาชนก็จัดกำลัง ๒-๓ คน ไปคอยยิงเครื่องบินตรวจการ และสุมไฟในถ้ำทิ้งไว้คล้ายมีคนอยู่มากมาย ฝ่ายรัฐบาลเข้าใจผิดก็เลยยิงปืนใหญ่ถล่มนับพันลูกและใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดนานาชนิดแบบปูพรม ทำให้ต้นสนบริเวณนั้นล้มระนะระนาด ป่าสนทั้งป่าเหลือต้นสนยืนอยู่เพียงไม่กี่ต้น ส่วนทหารประชาชนไปอยู่ยอดภูอีกลูกหนึ่งดูทหารรัฐบาลสู้รบกับสิ่งที่ว่างเปล่า
     การใช้ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไปสู้กับอาวุธที่มีอาณุภาพเหนือกว่า เช่นปี ๒๕๑๓ ทหารบ้านเขาย่าไปรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนทำไร่เครื่องบินไอพ่นของรัฐบาลเห็นประชาชนอยู่ในไร่ก็ปักหัวลงมาเพื่อยิงจรวดใส่ประชาชน ทหารบ้านก็รีบประทับปืนแก๊ปกับตอไม้ยิงโดดสวนขึ้นไปปะทะกับไอพ่นที่โฉบลงต่ำที่สุดจนเกิดไฟแลบ ไอพ่นถลาไปตกกลางป่า
 การใช้ไหวพริบก็สามารถขับไล่ผู้บุกรุกได้ เช่น ในยุทธการภูขวางปี ๒๕๑๕ มีทหารฝ่ายรัฐบาลหนึ่งกองพันบุกขึ้นมา เพื่อสมทบกับกองกำลังส่วนอื่นเข้ายึดภูร่องกล้า เวลาใกล้ค่ำทหารท้องถิ่นและทหารบ้านร่องกล้าไปลาดตระเวน พบทหารรัฐบาลกำลังตั้งค่ายพักพลอยู่ริมห้วยน้อย ทหารท้องถิ่นและทหารบ้านปรึกษากันว่าเหนือห้วยสายนี้ขึ้นไปมีต้นตาวขึ้นอยู่จำนวนมากและกำลังมีลูกดำเต็มต้น ถ้าตัดลูกตาวใส่ลงไปในห้วย คนที่อยู่ข้างล่างอาบหรือกินเข้าไปจะคันทั้งตัวจนอยู่ไม่ได้ ดังนั้นทหารท้องถิ่นและทหารบ้านจึงขึ้นไปเหนือน้ำตัดเอาลูกตาวจำนวนมากทิ้งลงไปในห้วย ปรากฎว่าทหารรัฐบาลกองพันนั้นใช้น้ำในห้วยอาบกิน ทำให้เกิดอาการคันกันทั้งกองพัน โดยที่ไม่ได้คาดว่าจะเจอพิษประเภทนี้ จึงไม่มียาอะไรรักษา เลยต้องรีบถอนกำลังกลับไป และในยุทธการภูขวางปีเดียวกันทหารรัฐบาลจำนวน ๑ กองพัน ได้บุกเข้ายึดและตั้งค่ายอยู่บนยอดภูหญ้าคาบ้านป่าหวาย เพราะพวกเขาเห็นว่าเป็นภูมิประเทศที่ดีเป็นภูหญ้าคาไม่มีต้นไม้ใหญ่มองเห็นได้ไกล เฮลิคอปเตอร์มาส่งกำลังบำรุงก็สะดวก ทหารป่าได้มุดเข้าไปประชิดค่ายเพื่อดักยิงเฮลิคอปเตอร์ ทหารบ้านผู้หนึ่งเสนอว่าถ้าซุ่มยิงเฮลิคอปเตอร์ในป่าหญ้าคาเช่นนี้ อาจจะเป็นอันตรายเพราะไม่มีที่กำบังคงจะถูกเครื่องบินยิงกราด และถ้าปืนใหญ่ยิงมาจากค่ายก็จะไม่มีทางถอย ดังนั้นควรเผาป่าหญ้าคานี้เสียก่อน แล้วรีบถอยไปก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะมา แล้วไฟอาจจะลุกลามเข้าไปในค่ายด้วย เมื่อทุกคนเห็นด้วยก็ลงสู่ปฏิบัติการ เมื่อไฟลุกไหม้ลมก็ช่วยกระพือลุกลามเข้าไปในค่าย ทหารรัฐบาลในค่ายก็ยิงปืนกันสนั่นหวั่นไหว ปืนใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ  ภูก็ระดมยิงมารอบ ๆ ค่าย เครื่องบินและไอพ่นรีบมาช่วยกันยิงกราดทิ้งระเบิดราวกับเกิดสงครามใหญ่ รุ่งเช้าทหารประชาชนจัดหน่วยสอดแนมไปสืบสภาพค่ายทหารรัฐบาล ปรากฏว่าทหารกองพันนั้นถอนกำลังกลับไปหมด ทิ้งสัมภาระที่ขนย้ายไม่ทันไว้มากมาย โดยทหารประชาชนมิได้เสียกระสุนแม้แต่นัด
     ทั้งหมดที่กล่าวเป็นเพียงบางรูปธรรมของการพลิกแพลงในทางยุทธวิธีของการต่อสู้รบของทหารประชาชน